-------Advertisement----------

อันตราย!!จากผลิตภัณฑ์ผิวขาวไม่มี อย.ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน..คนอยากขาวต้องอ่าน!!

-------Advertisement----------

สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เตือนคนไทย เรื่องค่านิยมสีผิว ให้มีความรู้สึกพอใจกับสีผิวของตัวเอง "ขาวหรือเข้ม ก็ชนะได้" คาดหวังให้ตระหนักถึงการให้ความสำคัญกับสุขภาพผิวและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวขาวได้อย่างถูกวิธี พร้อมแนะการซื้อเครื่องสำอางผ่านอินเตอร์เน็ตหรือโซเชียลมีเดียนั้นควรระวังให้มากที่สุด

รศ.นพ.นภดล นพคุณ นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ค่านิยมของสีผิวของแต่ละคนมาจากกรรมพันธุ์และเชื้อชาติ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนจากสีดั้งเดิมเป็นสีขาวได้อย่างถาวร แต่ในปัจจุบันมีความพยายามที่จะนำสารต่างๆ มาใช้เพื่อให้ผิวขาวหรือขาวอมชมพู จึงต้องออกมาเตือนว่าเป็นอันตรายและส่วนใหญ่ ไม่ได้ผลอะไร การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในปัจจุบัน มีให้เลือกมากมาย ทั้งตามร้านขายส่ง ขายปลีก ตามตลาดนัดทั่วไป แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือการสั่งซื้อเครื่องสำอางผ่านอินเตอร์เน็ต หรือโซเชียลมีเดีย เนื่องจากสินค้าเหล่านี้ใช้การโฆษณาเป็นการจูงใจลูกค้า แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มีการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา หรืออย. ดังนั้นผู้ใช้สินค้า มักจะอาศัยความน่าเชื่อถือจากเพื่อนฝูงหรือการบอกต่อ ซึ่งเมื่อนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปใช้แล้วมักจะมีปัญหาเรื่องของการแพ้ หรือมีผลข้างเคียงต่อร่างกายและผิวพรรณ และเป็นอันตรายต่อชีวิตและจิตใจ



ด้าน พญ.ภาวิณี ฤกษ์นิมิตร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สีผิวที่เราเห็นเกิดจากเม็ดสีที่อยู่ในผิวหนัง ตัวหลักคือเม็ดสีเมลานินที่ให้สีดำ นอกจากนั้นยังมีแคโรทีนอยด์ เม็ดสี สีเหลืองและสีแดงจากฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงอีกด้วย เมลานินเม็ดสีเป็นตัวการหลักที่ให้เกิดสีดำ ซึ่งสร้างจากเซลล์ชื่อเมลาโนไซต์ในผิวหนัง โดยกระบวนการสร้างเมลานินนั้น มีความซับซ้อนหลายขั้นตอน เมลานิน มีสองชนิด คือยูเมลานิน (eumelanin) และ ฟีโอเมลานิน (pheomelanin) ยูเมลานินมีสีดำเข้มในขณะที่ฟีโอเมลานิน มีสีดำแดงเมลาโนไซต์จะสร้างเมลานินเก็บไว้ใน "ถุงเก็บ" เรียกว่า เมลาโนโซม จากนั้นเมลาโนไซต์จะส่งเมลาโนโซม ที่สร้างเสร็จแล้ว กระจายออกไปยังเซลล์ผิวหนังโดยทั่ว ทำให้เราเห็นสีผิวคล้ำขึ้น เซลล์ผิวหนังเอง มีการผลัดเซลล์ออกตลอดเวลา โดยจะหลุดลอกออกเป็น ขี้ไคล เมลานินในเมลาโนโซมก็เช่นกัน จะมีการย่อยสลายตัวและหลุดลอกออกไปพร้อมๆ กับเซลล์ผิวหนัง ขบวนการสร้าง ถ่ายเท และสลายตัวของเม็ดสีนี้เกิดขึ้นวนเวียนอยู่ตลอดเวลา

       ด้าน ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์ประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันได้เกิดกระแสความนิยมการมีผิวที่ขาว โดยเฉพาะจากการโฆษณาของผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวขาวในสื่อต่างๆ ซึ่งไม่ได้เน้นแต่เฉพาะที่ใบหน้าและแขนขา แต่ได้สร้างกระแสไปถึงที่ผิวบริเวณซอกแขน ข้อศอก หัวเข่า และจุดซ่อนเร้นอื่นๆ ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ มีความจำเป็นหรือไม่ อย่างไร และมีประสิทธิภาพแค่ไหน สิ่งสำคัญสุด ที่ผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ต้องตระหนักว่าประสิทธิผลในการทำให้ผิวขาวจะไม่ได้เกิดขึ้นอย่างทันที แต่จะค่อยเป็นค่อยไป และผลที่ได้ไม่ถาวร เมื่อหยุดใช้ ผิวก็จะกลับมาเข้มเหมือนเดิมตามกรรมพันธุ์ของตัวเอง


สีผิวของคนเราขึ้นอยู่กับพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม มีปัจจัยหลักๆ อยู่ 2 ปัจจัยที่กำหนดสีผิวของคนเรา คือปัจจัยที่ 1 กรรมพันธุ์กับสิ่งแวดล้อม เรื่องของกรรมพันธุ์เป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ถ้าเกิดมาเป็นคนผิวคล้ำ ให้ถือว่าเรื่องของสีผิวเป็นเพียงค่านิยมซึ่งก็ต่างกันไปในแต่ละเชื้อชาติ อย่างเช่น พวกฝรั่งซึ่งมีผิวขาวก็อยากที่จะมีผิวสีเข้ม ถึงกับต้องยอมไปเสี่ยงกับมะเร็งผิวหนัง อาบแดดทั้งตัว ปัจจัยที่ 2 ซึ่งพอที่จะป้องกันได้คือสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะจากแสงแดด เพราะรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดด เป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เซลล์ในผิวหนังสร้างเมลานินออกมา

       อย่างไรก็ดีการที่คนเราอยากมีผิวขาว จึงพยายามที่จะเอาชนะธรรมชาติด้วยวิธีต่างๆ มีการค้นคว้าหาสารสังเคราะห์หรือสารจากธรรมชาติที่จะสามารถช่วยกลบสีผิว ลดการสร้างสีผิว หรือแม้กระทั่งการเร่งการขจัดเม็ดสีผิว การลอกผิว ฯลฯ เพื่อให้ผิวขาวขึ้น แต่สารเหล่านั้นมีผลชั่วคราว พอหยุดใช้ ผิวก็จะกลับไปมีสีเข้มตามกรรมพันธุ์ของตนเหมือนเดิม" คุณหมอให้คำแนะนำปิดท้าย

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก: thaihealth.or.th   โดย Prawpan Suriwong
ที่มา : หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก
-------Advertisement----------
-------Advertisement----------