-------Advertisement----------

ภัยแฝงจากอาหารแห้ง..ทำลายสุขภาพแย่!!

-------Advertisement----------

อาหารแห้ง เป็นกระบวนการเก็บรักษาอาหารประเภทหนึ่ง นอกจากจะช่วยถนอมอาหารให้อยู่ได้นานขึ้นแล้ว ยังมีรสชาติที่เปลี่ยนไปเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่คนนิยมรับระทานกัน แต่สิ่งที่น่ากังวลใจเกี่ยวกับอาหารแห้งนี้คือ ภัยแฝงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ด้วยอาจมีสารปนเปื้อนต่างๆ ซึ่งเกิดจากการผลิตและการเก็บไม่เหมาะสม ทั้งในปัจจุบันผู้ผลิตยังมักใช้สารเคมีมากมาย เพื่อให้อาหารแห้งมีอายุในการเก็บรักษาที่ยาวนานขึ้น และมีสีสันน่ารับประทานยิ่งขึ้น เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพได้ ซึ่งสารปนเปื้อนที่ควรต้องระวัง ได้แก่


1) สารตะกั่ว ผู้ประกอบการมักฉีดยาฆ่าแมลง ( ส่วนผสมจากสารตะกั่ว ) เพื่อป้องกันแมลงวันมาวางไข่
    พบมากใน : หูฉลาม ปลาเค็ม ปลาแห้ง กุ้งแห้ง สาหร่ายปรุงรส เห็ดหูหนู และไข่เยี่ยวม้า
    อันตราย : จะมีผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง ระบบการย่อยอาหาร ไต หัวใจ โลหิต (โลหิตจาง) รวมถึงทำให้ร่างกายเกิดความอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ถ้าได้ปริมาณสูงจะเกิดอาการเฉียบพลันภายใน 30 นาที คือ ปวดท้อง อุจจาระร่วง อาเจียน ถ่ายเป็นสีดำหรืออาจเสียชีวิตได้ มักพบสารนี้ในปลาเค็ม ปลาแห้ง กุ้งแห้ง

2) สารปรอท สัตว์ในแหล่งน้ำทะเล บริเวณที่มีสารปรอทที่ถูกปล่อยทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมปนเปื้อน หมึกและกุ้ง รวมทั้งสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในนั้นก็อาจจะได้รับสารปรอทปนเปื้อนไปโดยปริยาย
    พบมากใน : ปลาหมึกแห้ง กุ้งแห้ง ปลาแห้ง เห็ดหอมแห้ง และเยื่อไผ่แห้ง การรับประทานอาหารที่มีสารปรอทในปริมาณสูงครั้งละมากๆ จะทำให้ปวดศีรษะ หายใจลำบาก ถ่ายเป็นเลือด แต่ถ้ารับประทานครั้งละน้อยๆ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำก็จะเกิดผลเสียต่อร่างกายเช่นกัน เพราะร่างกายไม่สามารถขับสารพิษออกได้หมด ทำให้สารปรอทสะสมอยู่ในร่างกาย ซึ่งอาจจะเกิดพิษกับอวัยวะสำคัญของร่างกายอย่างเช่นทำให้ความจำเสื่อม

3) สารฟอกขาว ( sulphur dioxide ) เป็นสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเปลี่ยนสีของอาหารไม่ให้เป็นสีน้ำตาล ทำให้อาหารแห้งมีสีน่ารับประทานยิ่งขึ้น
     พบมากใน : ดอกไม้จีน เยื่อไผ่ เก๋ากี้ เห็ดหูหนูขาว ดอกเก๊กฮวยแห้ง และผลไม้อบแห้ง เป็นต้น
    อันตราย : หากใช้ในปริมาณที่พอเหมาะจะไม่มีอันตรายต่อร่างกาย แต่ถ้าใช้มากเกินไป หรือหากผู้ที่มีความไวต่อสารชนิดนี้ก็อาจทำให้เกิดโรคหืด มีอาการแน่นหน้าอก เป็นผื่นคันได้ แนะนำว่าก่อนนำอาหารแห้งเหล่านี้ไปปรุงอาหาร ควรล้างน้ำหลายๆ รอบ เพราะจะช่วยลดปริมาณสารฟอกขาวได้

4) สารกันราหรือสารกันบูด เป็นสารที่ป้องกันไม่ให้อาหารบูดเสียง่าย ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราบางชนิด ช่วยให้อาหารคงสภาพ คือ มีรสและกลิ่นเหมือนเมื่อแรกผลิต โดยสารที่นิยมใช้เป็นสารกันบูด ได้แก่ กรดบอริก (boric acid) และโซเดียมเบนโซเอท (sodium benzoate)
    พบมากใน : อาหารแห้งทั่วไป
    อันตราย : โดยทั่วไปแล้วจะค่อนข้างปลอดภัยหากใช้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่หากร่างกายได้รับสารประเภทนี้เป็นประจำจะทำให้เกิดการสะสม ซึ่งจะทำให้กระเพาะอาหารเกิดการระคายเคือง น้ำหนักลด ท้องเสีย อาเจียน เกิดผื่นแดงบนผิวหนัง และเป็นภาวะโลหิตจางได้

5) อะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) เป็นสารพิษที่เกิดจากเชื้อรา ซึ่งเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ โดยอาหารแห้งที่ได้รับการเก็บรักษาไม่เหมาะสม จะเกิดการปนเปื้อนของสารพิษชนิดนี้ได้
    พบมาก : พริกแห้ง หอมแห้ง กระเทียม เครื่องเทศ ปลาแห้ง ปลาเค็ม ธัญพืช ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ โดยเฉพาะถั่วลิสงเก็บไว้ในที่ๆ มีความชื้นสูง
    อันตราย : อะฟลาทอกซินไม่สามารถทำลายได้ด้วยความร้อนจากการหุงต้มปกติ และไม่สามารถล้างออกได้ด้วยน้ำ การบริโภคอาหารที่มีอะฟลาทอกซินจะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย คือ เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็งตับ จึงไม่ควรรับประทานอาหารที่ขึ้นรา หากสังเกตได้ว่าอาหารมีเชื้อราควรทิ้ง ไม่ควรตัดส่วนที่มีเชื้อราทิ้งแล้วนำส่วนที่เหลือมารับประทาน

6) ดินประสิว (sodium nitrate) ถ้าไม่มีการแต่งสีเพิ่มอาหารตากแห้งที่ทำจากเนื้อสัตว์ มักจะมีสีน้ำตาลเข้มดูไม่สวย ผู้ผลิตบางรายจึงมักผสมดินประสิวลงไปด้วยเพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และเพื่อเพิ่มสีให้มีสีแดงสวยงามน่ารับประทาน
    พบมากใน : แฮม ไส้กรอก กุนเชียง เนื้อสวรรค์ หมูแผ่น แหนม ปลาเค็ม ฯลฯ
    อันตราย : ดินประสิวที่เกินขนาด จะทำให้เกิดสารไนโตรซามีนซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดมะเร็งได้ และการรับประทานอาหารที่มีดินประสิวเป็นประจำ นอกจากจะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งแล้ว ยังมีผลเสียอื่นๆ คือ อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดศรีษะ ระบบประสาทและหัวใจถูกทำลาย แนะนำให้เลือกของแห้งกลุ่มนี้ คือ ต้องแห้งสนิท ไม่มีกลิ่นหืน ไม่ลีบฝ่อ สีต้องไม่เข้มผิดปกติหรือสีดำ

7) สีผสมอาหาร กฎหมายระบุว่าห้ามใช้ทั้งสีธรรมชาติ และสีสังเคราะห์กับเนื้อสัตว์ทุกชนิดที่ปรุงแต่ง รมควัน ทำให้แห้ง และสีผสมอาหารที่ไม่ได้มาตรฐานมักจะมีส่วนผสมของโลหะหนักปะปนอยู่ด้วย เช่น สารตะกั่ว สารหนู สารปรอท และโครเมียม
    พบมากใน : ประเภทเนื้อแห้งรมควัน แหนม กุนเชียง ไส้กรอก ลูกชิ้น หมูยอ ผักดองเค็ม ผลไม้ดองที่มีสีจัดจ้าน
    อันตราย : ถ้าได้รับในปริมาณมากๆ จะสะสมและมีโทษต่อร่างกาย คือ เกิดพิษต่อระบบทางเดินอาหาร อาหารย่อยยากหรือไม่ย่อย ท้องอืดท้องเฟ้อ ตับอักเสบ หัวใจวาย เวียนศีรษะ กระหายน้ำ อาเจียน หมดสติ ระบบการทำงานของไตผิดปกติ แนะว่าควรเลี่ยงอาหารแห้งที่มีสีสดผิดปกติ หรือถ้าปอกเปลือกได้ก็ควรปอก


8. บอแรกซ์ เป็นกรดบอริคหรือรู้จักในชื่อสารกรุบกรอบ ปกติเราใช้สารนี้ล้างหม้อขนาดใหญ่และฆ่าเชื้อโรค แต่ผู้ประกอบการมักง่ายกลับนำมาผสมในอาหารที่ต้องการความกรอบอร่อย เนื้อเด้ง เก็บได้นานขึ้น
    พบมากใน : ลูกชิ้น หมูยอ
    อันตราย : ส่งผลต่อไต ตับ ทำให้สมองอักเสบ แนะนำให้ทดสอบอาหารใดที่สงสัยว่ามีสารบอแรกซ์ ให้นำกระดาษขาวไปย้อมขมิ้นแล้วนำมาทดสอบ ถ้าสีไม่เปลี่ยนคือปลอดภัย ถ้าเปลี่ยนเป็นน้ำตาลหรือสีคล้ำไม่ควรกิน

9) โซเดียมเมตาฟอสเฟต เป็นสารที่ใช้แทนผงชูรส นิยมใช้เป็นยาถ่ายของวัวควาย
    พบมากใน : อาหารแห้งทั่วไป
    อันตราย : เหมือนสารบอแรกซ์ วิธีทดสอบคือนำผงที่มีรูปร่างคล้ายผงชูรสใส่ช้อนสแตนเลส นำไปเผาไฟ ผงชูรสธรรมชาติจะไหม้เกรียมเป็นสีดำ ส่วนโซเดียมเมตาฟอสเฟตเมื่อเผาแล้วจะเป็นผลึกขาว

    นอกจากจะต้องระวังสารปนเปื้อนต่างๆ ดังที่กล่าวไปแล้วนั้น คุณควรใส่ใจการเลือกซื้ออาหารแห้งต่างๆ ตรวจดูฉลากโภชนาการและวันหมดอายุอย่างถี่ถ้วน เลือกสีสันใกล้เคียงสีธรรมชาติของอาหารชนิดนั้น หากอาหารชนิดใดไม่มั่นใจในความปลอดภัยก็ไม่ควรซื้อ และอย่าลืมเก็บรักษาอาหารแห้งให้ห่างไกลความชื้นกันด้วยนะคะ เพื่อป้องกันเชื้อราและเชื้อโรคต่างๆ ด้วยค่ะ

ที่มา http://kaijeaw.com

-------Advertisement----------
-------Advertisement----------