-------Advertisement----------

ถ้าคิดจะทำแท้ง!!มาฟังวิธีการทำแท้งจากปากของอดีตหมอที่เคยทำแท้งมามากกว่า 1,200 คน แล้วจะรู้ว่า

-------Advertisement----------
อดีตแพทย์ชาวอเมริกันที่เคยทำแท้งให้ผู้หญิงมากกว่า 1,200 คน ได้ออกมาเล่าเรื่องราวประสบการณ์ของเขาเกี่ยวกับการทำแท้งให้เป็นอุทธาหรณ์กับใครหลายคนที่กำลังคิดจะทำ เริ่มตั้งแต่ปี 1980 ได้เกิดธุรกิจบริการทำแท้งอย่างมากมาย แต่ในปัจจุบันทั้งแพทย์และนักกฎหมายหลายๆคนได้ออกมาช่วยกันรณรงค์เพื่อยุติการทำแท้งให้หมดไปจากสังคม พวกเขาจึงร่วมมือกันถ่ายทำคลิปวีดีโอเกี่ยวกับวิธีการทำแท้ง เพื่อเป็นสื่อให้กับทุกคนบนโลกนี้ได้รู้ว่าการทำแท้งน่ากลัวขนาดไหนและมีกี่วิธี ตามมาดูกันเลย


วิธีแรก:การทำแท้งด้วย


การทำแท้งด้วยการทานยา ซึ่งวิธีนี้ผู้หญิงตั้งครรภ์จะต้องทานยาทั้งหมด 2 เม็ด ยาจะออกฤทธิ์ทำให้เด็กที่อยู่ในครรภ์เสียชีวิตก่อน หลังจากนั้นยาก็จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้เด็กหลุดออกมา โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด
ยาแท้ง หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ RU-486 ยาชนิดนี้ออกฤทธิ์โดยต้านการฝังตัวของทารกในครรภ์ และหยุดจ่ายฮอร์โมนเพศที่เข้าไปดูแลการทำงานของมดลูก จนทำให้เด็กในครรภ์ไม่มีอากาศหายใจและไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยงร่ายกาย ในที่สุดทารกในครรภ์ก็จะเสียชีวิต


หลังจากเมื่อร่างกายขาดฮอร์โมนตัวนี้จะทำให้มดลูกไม่สามารถรองรับการตั้งครรภ์และเริ่มมีการขับเซลล์เลือดออกมา และเด็กก็จะเสียชีวิต
หลังจากทานยาแล้ว 1-2 วัน ให้ผู้ตั้งครรภ์ทานยา Misoprostol" ตาม ยานี้จะออกฤทธิ์ทำให้มดลูกหดตัว จนขับเลือดและทารกออกมา


สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในการใช้วิธีนี้ก็คือ หลังจากที่ทานยาแท้งทั้งสองชนิดนี้แล้ว ทารกที่อยู่ในครรภ์อาจจะขับออกมาได้ตลอดเวลา โดยที่มีสามารถรู้เวลาแน่นอนได้ เวลาที่เด็กทารกที่เสียชีวิตแล้วจะหลุดออกมา ผู้ตั่งครรภ์อาจจะเห็นตัวเด็กแค่เล็กๆ แต่บางกรณีที่เด็กมีอายุครรภ์มากแล้ว เวลาที่ขับออกมาก็จะเห็นแขนขามือเท้าอย่างชัดเจน ดังนั้นในกรณีนี้ตัวผู้ทำแท้งจะเกิดอาการแทรกซ้อน เช่น ปวดท้อง, ปวดศีรษะ, อาเจียน หรือเลือดออกมากเกินไป 1% ของผู้ทำแท้งอาจจะต้องเข้าผ่าตัดอีกรอบ


มาดูคลิป การทำแท้งด้วยการทานยา



วิธีที่สอง :การทำแท้งด้วยศัลยกรรมแบบขูด


การทำแท้งด้วยศัลยกรรม หรือเรียกอีกอย่างว่า การทำแท้งแบบ D&C การทำแท้งวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์ระหว่าง 5-13 สัปดาห์ ถือว่าอายุครรภ์ยังอ่อนอยู่
โดยวิธีนี้คุณหมอจะใช้เครื่องปากเป็ดหรือเครื่องถ่างขยายเปิดปากมดลูกแล้วขูด ซึ่งคือการทำให้ผนังมดลูกเกลี้ยงด้วย


13 สัปดาห์ เด็กทารกในครรภ์จะมีอวัยวะที่ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเต้นของหัวใจ แขน, ขา, นิ้วมือและนิ้วเท้า เหลือเพียงกระดูกที่พัฒนาการยังไม่เต็มที่เท่านั้น


การทำแท้งด้วยศัลยกรรมแบบขูด หรือเรียกอีกอย่างว่า การทำแท้งแบบ D C แพทย์จะอุปกรณ์สอดเครื่องมือขูดเข้าไปในปากมดลูก และเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมรองลงมาในการทำแท้งด้วยศัลยกรรม วิธีนี้เป็นหัตการพื้นฐานทางนรีเวชวิทยาเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น เก็บเยื่อบุโพรงมดลูกเพื่อส่งตรวจคัดกรองมะร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เพื่อวินิจฉัยภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด และเพื่อทำแท้ง โดยองค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้วิธีการขูดมดลูกเฉพาะเมื่อไม่มีเครื่องดูดสุญญากาศด้วยมือเท่านั้น


ในขั้นตอนต่อมาแพทย์จะนำอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายหลอดสอดเข้าไปด้านในมดลูก เพื่อทำการดูดร่างของทารกในครรภ์ออกมา วิธีเหมาะสำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์ในระยะ 5-13 สัปดาห์ เนื่องจากทารกยังพัฒนาการกระดูกไม่เต็มที่ โดยที่แรงดูดที่จะให้ร่างของทารกหลุดออกมาทีละส่วน


เสร็จแล้วแพทย์จะนำอุปกรณ์ที่คล้ายกับตัวคล้อง ค่อยๆตกแต่งและทำความสะอาดมดลูกอีกที


วิธีที่สาม:การทำแท้งด้วยศัลยกรรมแบบดูด หรือ การทำแท้งด้วยศัลยกรรมแบบ D E


วิธีนี้ส่วนใหญ่จะใช้กับทารกที่มีอายุครรภ์ประมาณ 20 สัปดาห์ แพทย์จะใช้เครื่องปากเป็ดหรือเครื่องถ่างขยายเปิดปากมดลูกแล้วถ่ายทารกในครรภ์ออก ซึ่งทำโดยการถ่ายขยายปากมดลูกแล้วใช้เครื่องมือทางศัลยกรรมหรือเครื่องดูด ดูดทารกในครรภ์ออก แต่ก่อนที่จะทำการดูด แพทย์จะนำอุปกรณ์สอดเข้าไปอุดปากช่องคลอด แล้วทิ้งไว้แระมาณ 24-48 ชั่วโมง ก่อนที่จะทำการดูดทารกออกมา ระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับขนาดของทารกที่อยู่ในครรภ์


ในช่วงเวลานี้กระดูกของทารกในครรภ์มีการพัฒนาได้ในระดับหนึ่งแล้ว ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้วิธีการทำแท้งด้วยศัลยกรรมแบบขูดได้ จึงต้องทำให้ปากมดลูกขยายตัวก่อน แล้วจึงสามารถนำเครื่องมีดูดสอดเข้าไปได้ เพื่อขับน้ำคร่ำและร่างทารกออกจากครรภ์ได้

หลังจากมีการขับน้ำคร่ำออกมาแล้ว แพทย์จะใช้อุปกรณ์ที่คล้ายคีบค่อยๆหนีบอวัยวะแต่ละส่วนออกมา เริ่มจากขาและแขนทั้ง 4 ชิ้น ต่อมาก็ลำตัวส่วนล่างลำตัวส่วนบน สุดท้ายและเป็นส่วนที่ยากที่สุดก็คือส่วนศีรษะหรือหัวเด็กนั้นเอง

ขั้นตอนต่อมาแพทย์จะตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีอวัยวะส่วนใดหลงเหลืออยู่ในมดลูก โดยการใช้นำอุปกรณ์ที่คล้ายกับตัวคล้อง ค่อยๆตกแต่งและทำความสะอาดมดลูกอีกที

วิธีการทำแท้งด้วยศัลยกรรมแบบดูด หรือการทำแท้งด้วยศัลยกรรมแบบ D E อาจมีผลข้างเคียงตามมาคืออาการบาดเจ็บจากแผล, เลือดออกมาก, มีบาดแผลที่มดลูก, ปากมดลูกทะลุหรือเนื้อเยื่อเป็นแผล ผู้หญิงที่ใช้วิธีนี้ในการทำแท้งอาจเกิดการติดเชื้อหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป

วิธีที่สี่:การทำแท้งโดยการฉีดยา


จะใช้วิธีนี้ก็ต่อเมื่ออายุครรภ์มากกว่า 25 สัปดาห์ การทำแท้งด้วยวิธีนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-4 วันถึงจะสำเร็จเสร็จสิ้นทุกขั้นตอน เนื่องจากทารกในครรภ์อวัยวะครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ขั้นตอนแรกแพทย์จะฉีดยา  เข้าไปที่ศีรษะของทารกในครรภ์ก่อน ยาชนิดนี้ปกติจะใช้กับผู้ป่วยโรคหัวใจ แต่ถ้าใช้ในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ เมื่อทารกในครรภ์ได้รับยานี้เข้าสู่ร่างกาย จะทำให้รู้สึกเจ็บปวดจนเสียชีวิตในที่สุด

หลังจากที่ทารกในครรภ์เสียชีวิตแล้ว แพทย์จะเตรียมการนำเด็กออกจากครรภ์ แต่ต้องรอหลังจากที่เด็กเสียชีวิตแล้ว 2-4 วัน ระหว่างนั้นก็รอให้มดลูกขยายหรือพองขึ้นเสียก่อน ก่อนที่จะขับเด็กทารกออกจากครรภ์

หลังจากที่มดลูกขยายใหญ่ได้ขนาดแล้ว ให้กลับไปพบแพทย์เพื่อทำการขับเด็กทารกออกจากครรภ์ ผู้ตั้งครรภ์จะเห็นร่างที่เสียชีวิตแล้วหลุดออกมา แต่ถ้าในกรณีที่เด็กขับออกมาแค่บางส่วน แพทย์อาจจะต้องใช้วิธีที่ 3 คือการทำแท้งด้วยศัลยกรรมแบบดูด หรือการทำแท้งด้วยศัลยกรรมแบบ D E เข้ามาช่วยอีกทาง

การทำแท้งด้วยการฉีดยาอาจทำให้เลือดออกมาก, มดลูกทะลุหรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตก็ได้ ผลข้างเคียงอีกอย่างก็คือ อาจทำให้ไม่สามารถมีลูกได้อีกเลยตลอดชีวิต

ที่มา liekr
-------Advertisement----------
-------Advertisement----------