-------Advertisement----------

“7” สัญญาณ…โรคมะเร็ง!! โดย นพ.วิชัย เทียนถาวร

-------Advertisement----------

บรรดาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอันตราย นอกจากโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคอัมพาต ไตวาย ซึ่งเป็นสาเหตุการป่วยตายอยู่ในอันดับต้นของประเทศและทั่วโลกประเทศไทย มีระบบการเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกันโรคดังกล่าว และใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐานในชุมชน และเป็นเครื่องมือที่ใช้ง่ายๆ ใช้ได้ โดยแพทย์ พยาบาล หมออนามัย อสม. แม้แต่ประชาชนชาวบ้านเองก็สามารถสื่อสารและเข้าใจง่ายก็คือ "ปิงปองจราจรชีวิต 7 สี"

       สมมุติในหมู่บ้านหนึ่งมีประชาชน 15-60 ปี จำนวน 100 คน คัดกรองวัดความดันเจาะเลือดแล้วได้จำนวน 100% นำมาใส่ตะกร้า "ปิงปองจราจรชีวิต 7 สี" หรือที่เรียกว่า "Vichai"s 7 color balls model" ดังกล่าวพบว่า เป็นสี ดำ 1 คน สีแดง 2 คน สีส้ม 3 คน สีเหลือง 4 คน สีเขียวเข้ม 5 คน สีเขียวอ่อน 6 คน ที่เหลือเป็นสีขาว 79 คน

 หลักการแก้ปัญหาในพื้นที่เราจัดลำดับความสำคัญโดยดูแล "สีแดง" "สีดำ" เป็นอันดับแรก ป้องกัน "สีแดง" ไม่ให้กลายเป็นสีดำและลดความรุนแรงให้เป็นสีส้ม ด้วยการกินยาสม่ำเสมอ สอบสวนโรคและค้นหาปัจจัยเสี่ยงแท้จริงเกิดได้อย่างไรและขจัดไม่ให้ผู้ป่วยกลายเป็นสีดำ และลดความรุนแรงให้เป็นสีส้ม ด้วยการกินยาสม่ำเสมอพร้อมกับสร้างพฤติกรรม 3 อ 3 ลด โดยออกกำลังกายให้เพียงพอ อาหารกินครบ 5 หมู่ (ลดหวาน มัน เค็ม) อารมณ์สุขภาพจิตดี ลดเหล้า บุหรี่ ลดอ้วน และ "ส่วนสีดำ" ดูแลกันแบบประคองชีวิตด้วยระบบเดียวกัน เพื่อไม่ให้เป็นโรคแทรกซ้อนซ้ำเติม หากเกิดขึ้นซ้ำอีก ก็ต้องรีบส่งโรงพยาบาลทันทีป้องกันการตาย และจะได้อายุยืน

       ส่วนสี "เขียวอ่อน" ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง แต่ยังไม่ถึงต้องรักษาด้วยยา เช่น พวกกลุ่มอ้วน กลุ่มที่มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน ความดัน พวกชอบดื่มเหล้า บุหรี่ ฯลฯ เป็นต้น เร่งรัดให้สร้างสุขภาพ 3 อ 3 ลด ให้เกิดพฤติกรรมเป็นวิถีชีวิตปกติด้วยการออกกำลังกาย 30 นาทีต่อวัน อาทิตย์ละ 3 วัน กินอาหารลดหวาน มัน เค็ม อารมณ์ดี เพียงเท่านี้ก็จะกลายเป็น "สีขาว" คือ อยู่ในกลุ่มปกติ

       ฉะนั้น กลุ่มสีขาว ซึ่งคือเป้าหมายหลัก เราต้องการให้มีมากกว่า 90% ให้ดำรงชีวิตด้วยการรักสุขภาพ รักชีวิต ต้องรัก "3 อ 3 ลด" อย่างแท้จริง จริงใจต่อเนื่องทุกๆ คน จะเป็นคนปกติแข็งแรง สุขกาย สุขใจ ทำมาหากิน หาเงินทอง อย่างปกติสุข แต่อย่างไรก็ตาม ชีวิตคนเราหนีไม่พ้น แม้จะรอดจากการไม่เป็นเบาหวาน ความดัน แล้วมีโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งคนส่วนใหญ่เป็นแล้วมักจะไม่รอดไปได้ คือ "มะเร็ง" ซึ่งเป็นโรคที่อันตราย รุนแรงรักษาไม่หายขาด หากรู้ว่าเป็นแล้วโอกาสตายเร็วกว่าปกติ 100% ซึ่งมติชนฉบับที่แล้ว ผู้เขียนเป็นห่วงไม่อยากให้เกิดกับใครเลย แต่เมื่อเป็นแล้ว "ต้องรักษาใจ" ให้ได้อยู่กับมัน (มะเร็ง) ให้ได้อย่างมีความสุข ไม่ทนทุกข์ทรมาน นอนไม่หลับ ทรมาน ขอให้เพียงว่ากลายเป็นโรค เป็นหน้าที่ "หมอ" เขาดูแลให้เรา แต่ "ใจ" นั้น เป็นหน้าที่หลักของเรา ต้องทำใจให้ได้อยู่กับมันให้ได้ และต้องเข้าใจว่ามันเป็น "ธรรมชาติ"

       เพราะฉะนั้น สิ่งที่สำคัญท้ายสุด คือ การทำใจ ปลงใจ อยู่ร่วมกับมันอย่างมีความสุข ไม่ดิ้นรนกระวนกระวาย สงบนิ่ง ด้วยแบบมีอารมณ์ดีภายใต้กายดี สมาธิดี และสติดี หากจะตายก็ขอให้ตายอย่างสงบ แต่อย่างไรก็ตามแต่ ทุกเรื่องของโรคมะเร็ง ก่อนที่จะเกิดอุบัติขึ้น มักจะมี "สัญญาณ" อันตราย ก่อนจะตายไปด้วยมะเร็ง" มี 7 อย่าง 7 เรื่องของ "โรคมะเร็ง" ซึ่งส่วนใหญ่การเกิดเป็นโรคมะเร็งไม่ทราบสาเหตุนำหรือสาเหตุร่วม ซึ่งอาจหลีกเลี่ยงได้

       ดังนั้นทุกคนควรสำรวจร่างกายด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ และควรพบแพทย์ตรวจเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือปรึกษาแพทย์โดยเร็ว เมื่อมีอาการผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่ง อย่าลังเลใจ อย่าเหนียมอาย อย่ากลัวจะเป็น กล้ารู้ความจริง เพราะเรารู้ได้เร็วเท่าไหร่ การรักษามีโอกาสรักษาหายขาดได้

       "7 สัญญาณอันตราย" ของโรคมะเร็งมี 7 เรื่อง 7 ระบบ" สังเกตง่าย ๆ ดังนี้


1.ระบบขับถ่ายเปลี่ยนแปร : ระบบขับถ่ายในที่นี้หมายถึง ระบบทางเดินอาหาร ตั้งแต่ช่องปาก กลืนอาหารเข้าผ่านหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ จนกระทั่งลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย โคลอน เรคตัม (Colon Rectum) และรูทวารหนัก (Anus) รวมถึงระบบขับถ่ายปัสสาวะเราจะมีต่อมลูกหมาก

       สัญญาณที่บ่งบอก เป็นสัญญาณเตือน คือ อาการท้องผูกสลับกับท้องเดินเรื้อรัง อาจจะเป็นโรค "มะเร็งลำไส้ใหญ่" (CA Colon) และทวารหนัก (CA Rectum) ได้ หรือรายที่มีอาการทางปัสสาวะขัดเรื้อรัง ต้องเบ่งแรง อาจจะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้

       2. แผลไม่รู้จักหาย : ซึ่งส่วนใหญ่กลุ่มที่จะเกิดได้บ่อยๆ ง่ายๆ ได้แก่ บริเวณช่องปาก ผิวหนัง หรือบางรายปวดบริเวณกระเพาะ หลังกินข้าวหรือปวดแบบมีแผลในกระเพาะเป็นต้น

       สัญญาณอาการบ่งบอก : 1) แผลเรื้อรังในช่องปาก เช่น พวกดื่มสุรา สูบบุหรี่มากๆ เป็นแผลในปากบ่อยๆ หรือกินหมาก เป็นแผลเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ อาจเป็นมะเร็งช่องปากได้ 2) แผลเรื้อรังบริเวณผิวหนัง อาจเป็นมะเร็งผิวหนังได้ 3) แผลเรื้อรังในกระเพาะอาหาร อาจเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารได้


3.ร่างกายมีก้อนตุ่ม : ซึ่งอาจจะพบตุ่มตามผิวหนัง เช่น เป็นไฝ หูด หรือก้อนบริเวณเต้านม หรือในช่องปาก ก็อาจเกิดได้

       สัญญาณอาการบ่งบอก : 1) พบก้อนที่รักแร้ ขาหนีบ คอ เรื้อรัง อาจจะเป็น "มะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้" 2) พบก้อน ที่เต้านม ถ้าโตขรุขระติดแน่นกับแผ่นหน้าอก อาจจะเป็นมะเร็งเต้านมได้ 3) พบตุ่มก้อนผิวหนัง อาจเป็นมะเร็งเนื้อเยื่อพังผืดได้ 4) พบตุ่มก้อนในช่องปาก เช่น ที่เหงือก กรามบนหรือกรามล่าง หรือก้อนโคนลิ้น ก็อาจเป็นมะเร็งในช่องปากได้

       4.กลุ้มใจเรื่องกินกลืนอาหาร : ทางเดินอาหารตั้งแต่ริมฝีปาก ช่องปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย และรูทวารหนัก ไม่ว่าจะเป็นการกลืนน้ำของเหลว อาหารอ่อน อาหารแข็ง ก็มีอาการกลืนลำบาก ทำให้รู้สึกหงุดหงิด กลุ้มใจได้

       สัญญาณอันตรายที่พบ : 1) กลืนอาหารไม่ลงหรือติดขัด อาจเป็น "มะเร็งหลอดคอ" หรือ "มะเร็งหลอดอาหาร" 2) ท้องอืด ปวดท้องเรื้อรัง อาจเป็นมะเร็ง "ระบบทางเดินอาหาร" ตั้งแต่ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ และรูทวารหนักได้ 3) น้ำหนักลด เบื่ออาหารไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็น "มะเร็งหลายโรค"

       5.ทวารทั้งหลายมีเลือดไหล : เช่น จากช่องคลอด รูทวารหนัก ลำไส้ใหญ่ ปลายท่อปัสสาวะ รูจมูก รูหัวนม ฯลฯ

       สัญญาณที่พบพึงระวัง : 1) เลือดออกหรือตกขาวผิดปกติทางช่องคลอดอาจเป็น "มะเร็งปากมดลูก" 2) ถ่ายเป็นเลือด อาจเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก 3) ปัสสาวะเป็นเลือด อาจเป็นมะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะ 4) เลือดกำเดาออกเรื้อรัง อาจเป็นมะเร็งโพรงจมูก 5) เลือดออกทางหัวนม อาจเป็นมะเร็งเต้านม

       6.ไฝ หูด ที่เปลี่ยนไป : ไฝหรือหูดที่โตขึ้นรวดเร็ว มีเลือดออก สีเปลี่ยนไป อาจเป็น "มะเร็งผิวหนัง"

       7. ไอและเสียงแหบจนเรื้อรัง : 1) ไอเรื้อรังเกินกว่า 2 สัปดาห์ 2) เสียงแหบเรื้อรัง อาจเป็นมะเร็งปอด มะเร็งหลอดคอหรือมะเร็งกล่องเสียง

       เมื่อเรารู้ "7 สัญญาณอันตราย…ของโรคมะเร็ง" แล้วสิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนอยากฝากถึงการดูแลสุขภาพอย่างไร ให้ห่างไกล "โรคมะเร็ง" ด้วยสูตร "5 ทำ 5 ไม่" เพื่อห่างไกลมะเร็ง

       "5ทำ" ได้แก่

       1.ออกกำลังกายเป็นนิจ : ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งๆ ละ 30 นาที และเป็นแบบต่อเนื่อง คุมน้ำหนักให้เหมาะสมตามดัชนีมวลกาย (BMI) ทั้งนี้เนื่องจากความอ้วน ความเครียด เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง

       2.ทำจิตใจให้แจ่มใส : ทำได้หลายวิธี ด้วยกิจกรรมสันทนาการทุกรูปแบบ การทำบุญตามวัดแห่งศาสนาทัศนศึกษารวมถึงการออกกำลังกาย การเดินสายกลาง และยึดเศรษฐกิจพอเพียง ความเครียด เป็นสาเหตุทำให้ภูมิต้านทานต่ำ และส่งเสริมการเกิดมะเร็งได้ด้วย เพราะฉะนั้นการคลายความเครียดได้จะส่งเสริมการสร้างภูมิต้านทานโรคได้อย่างดี

       3.กินผักผลไม้ : จากการวิจัย ผัก ผลไม้ พบว่ามีสารต้านทานมะเร็งและกระบวนการต้านมะเร็งได้ถึงระดับโมเลกุลหลากหลายชนิด ได้แก่ ขิง ชาเขียว องุ่นแดง น้ำผึ้ง กระเทียม มะเขือเทศ แครอต กะหล่ำปลี และบร็อกโคลี เป็นต้น ผัก ผลไม้ นอกจากจะมีสารต้านมะเร็ง ได้แก่ Antioxidant เช่น Vitamin A C E สารเบต้าแคโรทีน สารไลโคปิน ซึ่งรวมเรียกว่า Dietary Cancer Chemo preventive Agent ลดการเกิดมะเร็งได้ด้วย : การกินให้กินผักครึ่งหนึ่ง อย่างอื่นครึ่งหนึ่ง

       4.กินอาหารหลากหลาย : กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ไม่ซ้ำซาก จำเจ และกินอาหารสด สะอาด ปราศจากเชื้อรา ลดอาหารไขมันสูง อาหารปิ้ง ย่าง ทอด ที่ไหม้เกรียม เนื้อสัตว์สีแดงและอาหารหมักดอง หลีกเลี่ยงอาหารที่มีดินประสิว และไนโตรซามีน

5.ตรวจร่างกายเป็นประจำ : หมั่นตรวจหาความปกติของร่างกายตามสัญญาณอันตราย 7 ประการ ของโรคมะเร็ง อายุ 35 ปีขึ้นไป ควรตรวจร่างกายประจำปีเพื่อหาปัจจัยของโรค หากตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง จะสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งสามารถรักษาหายได้ เพราะมะเร็ง ยังไม่ลุกลาม แต่ถ้าทิ้งไว้หลายๆ ปี ตรวจครั้งหนึ่ง อาจพบมะเร็งในระยะลุกลาม ซึ่งรักษาหายยากหรือรักษาไม่หายขาดได้ ในที่สุดกลายเป็น "สีดำ" แน่ๆ 100%

       สรุปประเด็นว่า : การป้องกันโรคมะเร็งไม่สามารถได้ผล 100% ดังนั้น การตรวจหามะเร็งระยะแรกๆ จึงมีความสำคัญ เพราะอาจรักษาหายขาดได้

       "5 ไม่" ได้แก่

       1.ไม่สูบบุหรี่ : งดสูบบุหรี่ทุกรูปแบบ หลีกเลี่ยงสูดควันบุหรี่จากผู้อื่น

       2.ไม่เซ็กซ์มั่ว :ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย มีเพศสัมพันธ์เมื่อถึงเวลาอันควร หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้ใส่ถุงยางอนามัย

       3.ไม่มั่วสุรา : ไม่ดื่มสุราทุกรูปแบบ เพราะเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งตับสูง

       4.ไม่ตากแดดจัด : รังสีอัลตราไวโอเลต เป็นปัจจัยทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

       5.ไม่กินปลาน้ำจืดดิบ : ปลาน้ำจืดที่มีเกล็ด เช่น ปลานิล ปลาตะเพียน ปลาซิว ปลาสร้อย ปลาขาว ปลาเกล็ดขาว โดยเฉพาะกินดิบๆ จะพบพยาธิทำให้เกิดมะเร็งได้


       ผู้เขียนใคร่ขอเชิญชวนเพื่อนพ้องน้อง พี่ ใคร่ดูแลสุขภาพตัวเองให้ห่างไกลจาก "มะเร็ง" ด้วยการเป็นคนช่างสังเกตสังกา "7 สัญญาณอันตราย"…ของโรคมะเร็งให้ขึ้นสมอง และปลูกฝังเสริมสร้างพฤติกรรมด้วย "5 ทำ 5 ไม่"… ห่างไกลมะเร็ง หากทำได้และรู้เข้าใจสัญญาณอันตรายให้ขึ้นใจ ผู้เขียนก็ขอภาวนาให้ทุกท่าน…"ห่างไกลจากโรคมะเร็ง" เป็น "สีขาว" นานๆ ตามเครื่องมือชื่อ "Vichai"s 7 color balls model" นะครับ

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : health.sanook.com โดย นพ.วิชัย เทียนถาวร

-------Advertisement----------
-------Advertisement----------