-------Advertisement----------

เทคนิค”ลดค่าไฟฟ้าเดือนละ 1,000 บาท”

-------Advertisement----------
การประหยัดค่าไฟฟ้ามีด้วยกันหลายวิธี แต่จะประหยัดยังไงให้เห็นเม็ดเงิน แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยเรื่องนี้ต้องปรึกษาวิศวกรไฟฟ้า เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่อยู่กับกระแสไฟ ผู้มีความรู้เรื่องไฟ เมื่อครั้งที่ได้ไปสอบถามเรื่องการประดับประดาไฟเฉลิมพระเกียรติเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมาในวงสนทนาวันนั้น ยังได้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าอย่างไรให้ประหยัด วิศวกรผู้คุมงานไฟประดับเฉลิมพระเกียรติ การไฟฟ้านครหลวง “พิชิตคเชนทร์ คณีกุล” แนะนำข้อควรปฏิบัติในการเซฟเงินในกระเป๋าไม่ให้รั่วไปตามกระแสไฟฟ้าด้วยวิธีการง่าย ๆ ที่ทุกคนทำได้


ก่อนอื่นต้องสำรวจก่อนว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน บางรุ่นบางยี่ห้อทนทานนานหลายสิบปี แต่ถ้าเกิน 20 ปี ให้รีบโละอย่างเร็วจริงอยู่ที่ว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าที่คงทน ทำให้ไม่ต้องควักเงินซื้อบ่อย ๆ แต่การควักค่าไฟฟ้าเพื่อป้อนกระแสไฟเข้าไปในอุปกรณ์โบร่ำโบราณนั้นสิ้นเปลืองกว่าหลายเท่าไม่เฉพาะเครื่องปรับอากาศ แต่ยังหมายรวมถึงตู้เย็น พัดลม ไดร์เป่าผม หม้อหุงข้าว และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ด้วย
สรุปความได้ว่า เก่าระดับ 20+ ควรรีบเปลี่ยนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะตู้เย็น เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่คงทนมากทีเดียว และหลายคนก็ไม่ค่อยอยากเปลี่ยนเสียด้วย
หากผู้ใช้ไฟยอมลงทุนเปลี่ยนอุปกรณ์ตัวใหม่ วิศวกรไฟฟ้าให้ความมั่นใจว่า เงินที่จ่ายค่ากระแสไฟไปสามารถนำมาซื้ออุปกรณ์ใหม่ ๆได้หลายตัวเลยทีเดียวสำหรับวิธีที่จะเห็นเม็ดเงินเหลือจากค่าไฟมหาโหดในแต่ละเดือน โดยเฉพาะเดือนที่แสนร้อนของเมืองไทยวิศวกรไฟฟ้าแห่งนครหลวง แนะนำว่า ถ้าอยากมีเงินเก็บในกระเป๋าเพิ่มเดือนละ 1 พันบาททำได้ไม่ยากวิธีการก็คือ ก่อนจะเปิดแอร์ในห้องนอน ให้เปิดพัดลมระบายอากาศที่ร้อนอบอ้าวในห้องออกไปก่อน เพราะบ้านสมัยปัจจุบันเป็นปูน และผนังปูนก็จะเก็บความร้อนได้ดี ดังนั้นก่อนเปิดแอร์ให้เปิดหน้าต่าง ประตู แล้วใช้พัดลมไล่อุณหภูมิร้อนออกไปก่อน จากนั้นจึงทำการเปิดแอร์ และเมื่อแอร์เริ่มทำความเย็นในแบบที่ทำให้หลับสนิท ช่วงเวลาประมาณตี 2 ให้ตั้งเวลาปิดแอร์ไว้ เพราะช่วงเวลาหลังจากนั้น จะหลับสนิทและความเย็นจะเก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง โดยใช้การเปิดพัดลมเบา ๆ ช่วยระบายอากาศและจะรู้สึกเย็นจนเช้าตรู่ ความสำคัญของการเปิดพัดลมในตอนนอน จะช่วยให้ผิวหนังเก็บความชุ่มชื้นได้ดีกว่าการเปิดแอร์หากตื่นมาแล้วผิวจะแห้งกว่า และอย่าลืมเปิดช่องระบายลมจะช่วยให้ควบคุมความชื้นในห้องได้อีกด้วย

   อย่าลืม!! ปรับอุณหภูมิให้มาอยู่ที่ 25-26 องศาเซลเซียล แล้วใช้การเปิดพัดลมช่วย จะทำให้ประหยัดค่าไฟได้ถึงเดือนละ 1 พันบาท เพราะพัดลม 1 ตัวกินไฟไม่เกิน 100 วัตต์ ขณะที่แอร์กินไฟถึง 2,000 วัตต์หากรู้จักปรับลองเริ่มจากการปรับอุณหภูมิเพิ่มขึ้นอีก 3-5 องศา ค่าไฟจะลดลง 10% หรือปรับลงมาที่ประมาณ 26 องศา แล้วเปิดพัดลมช่วยจะทำให้เย็นขึ้นและสดชื่นมากกว่าเดิมและที่สำคัญ การล้างแอร์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้ประหยัดค่าไฟรายปีลงได้อีกมาก จ่ายค่าล้างแอร์ 500-700 บาท แลกกับค่าไฟที่ลดลง ต้องถือว่าคุ้มเกินคุ้มเพราะหลายคนมักจะรอจนกว่าแอร์ไม่เย็นถึงจะล้าง แบบนี้ก็เท่ากับว่าเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ?

ที่มา thaijobsgov

-------Advertisement----------
-------Advertisement----------