-------Advertisement----------

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เลี้ยงผึ้ง 3 เดือน รายได้สูงเฉียด สองแสน!!

-------Advertisement----------
เมื่อก่อนทำงานอยู่การรถไฟฯ จะให้ทำไร่ทำสวนควบคู่ไปด้วยไม่ไหวแน่ๆ มีที่ดิน 4 ไร่ เลยปลูกลำไยทั้งหมด เพราะไม่ต้องดูแลมากมาย ทุกปีลำไยออกดอกมากก็จริงแต่ไม่ติดลูก จึงขอให้เพื่อนเอาลังผึ้งมาวางไว้ในสวนเพื่อช่วยผสมพันธุ์ ได้ผลตามคาด ปีนั้นลำไยติดลูกดก ทำไปทำมาเพื่อนดันย้ายไปอยู่ที่อื่น ไม่สะดวกจะเอาผึ้งไปด้วย ทิ้งลังเลี้ยงผึ้งและอุปกรณ์ไว้ให้ดูต่างหน้า


       ด้วยความเสียดายกลัวผึ้งตาย ลุงประเสริฐ สุรพงศ์ ชายวัยหลังเกษียณอายุ 82 ปี ต.เหมืองหน้า อ.เมือง จ.ลำพูน จากไม่เคยสนใจเลี้ยงผึ้ง แม้จะเห็นเพื่อนขายน้ำผึ้งมีรายได้ดีก็ตาม ต้องเริ่มศึกษาการเลี้ยงผึ้ง เลยกลายเป็นจุดหักเหเข้าสู่อาชีพเลี้ยงผึ้งอย่างไม่รู้ตัว จนได้รับเลือก…เป็นประธานชมรมผู้เลี้ยงผึ้งจังหวัดลำพูน




       ช่วงแรกๆเลี้ยง 20 ลัง ตั้งความหวังแค่ แก้ปัญหาลำไยไม่ติดลูก น้ำผึ้งที่ได้มีไว้แจกเพื่อน ช่วงแรกทุกคนเต็มใจรับแต่บ่อยครั้งเริ่มขอซื้อแล้วเพิ่มมากขึ้นๆ เลยฉุกคิดอาชีพเลี้ยงผึ้งเก็บน้ำผึ้งขายน่าจะทำรายได้ดี

       หลังปลดเกษียณ จึงเริ่มหันมาเลี้ยงผึ้งเป็นอาชีพเสริม เพราะงานไม่หนัก เพียงแค่นำลังเลี้ยงไปวางในสวน แล้วเก็บน้ำผึ้งใช้แรงงาน 2-3 คน…จากผึ้งเลี้ยง 20 ลัง จึงขยายเพิ่มเป็น 150 ลัง

        ถ้าเป็นเมื่อก่อนช่วงเดือนมกราคม จะเอาลังผึ้งไปวางในป่าเพื่อให้ได้น้ำผึ้งป่า น้ำผึ้งสาบเสือ แต่เดี๋ยวนี้บ้านเราแห้งแล้งมากขึ้น ดอกสาบเสือไม่ค่อยมี ทุกวันนี้จึงเลี้ยงแต่น้ำผึ้งลำไย แต่เลี้ยงได้แค่ 3 เดือน ธ.ค. ถึง ก.พ. เป็นช่วงลำไยในฤดูออกดอก




       ลำไยนอกฤดูเลี้ยงผึ้งไม่ได้ เพราะดอกลำไยไม่ค่อยมีน้ำหวาน เอาลังเลี้ยงผึ้งไปวางได้น้ำผึ้งน้อย อากาศแปรปรวนทำให้ผึ้งอ่อนแอ เป็นโรคง่าย เลยต้องหยุด เอาลังผึ้งไปตั้งในโรงเลี้ยงที่บ้านแล้วใช้น้ำเชื่อมมาเลี้ยงผึ้งแทน ลุงประเสริฐ บอกว่า ตลอดช่วง 9 เดือน ระหว่างรอดอกลำไยบาน เลี้ยงผึ้ง 150 ลัง ต้องใช้น้ำตาลมาทำเชื่อมมากถึง 2,700 กก. ประมาณ 54,000 บาท

        น้ำหวานที่เอามาเลี้ยงผึ้งไม่ใช่เป็นการทำน้ำผึ้งเทียม แต่ต้องทำเพื่อให้ผึ้งมีชีวิตรอด และน้ำผึ้งส่วนนี้ไม่ทำขายส่งให้กับตลาดน้ำผึ้งทั่วไป แต่จะขายให้พ่อค้านำไปส่งโรงงานยาแก้ไอ ซึ่งแต่ละปีได้น้ำผึ้งที่เรียกกันว่าน้ำผึ้งหัวคอน ไม่มาก แค่ 600 ลิตร ขายได้แค่ลิตรละ 95 บาท พอได้เงินค่าน้ำตาลทรายคืนมาเท่านั้น




       ไม่เหมือนเลี้ยงด้วยน้ำหวานจากดอกลำไยที่เริ่มบานในเดือน ธ.ค. เอาลังผึ้งไปวางในสวนลำไย รอเวลาแค่ 3 เดือน ได้ไขขี้ผึ้ง 300 ลิตร ลิตรละ 220 บาท เป็นเงิน 66,000 บาท และยังได้น้ำผึ้งอีกต่างหาก แต่ปีนี้แล้งมากได้น้ำผึ้งน้อยแค่ 1,000 ลิตร ขายได้ลิตรละ 120 บาท เป็นเงิน 120,000 บาท…โดยมีพ่อค้ามาขอซื้อไขขี้ผึ้งและน้ำผึ้ง เพื่อส่งไปขายตลาดแถบยุโรป โดยให้ทางชมรมผู้เลี้ยงผึ้งตั้งราคาขายเองตามความเหมาะสม มีเท่าไรเอาหมด



       แม้การเลี้ยงผึ้งจะทำได้แค่ 3 เดือน…แล้งๆอย่างนี้ยังทำเงินให้ลุงประเสริฐได้ถึง 186,000 บาท…แต่ถ้าไม่แล้ง ปกติจะได้น้ำผึ้ง 7,500 ลิตร 3 เดือน 9 แสน เฉียดล้านจะเว่อร์ไปไหมเนี่ย

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : thairath.co.th โดย เพ็ญพิชญา เตียว

-------Advertisement----------
-------Advertisement----------