-------Advertisement----------

จับแล้ว!! โจรละเลงสี "หลวงตา" วัย 87 แต่เมื่อพบความจริงบางอย่าง น่ากลัวสุดๆคนนี้ !???

-------Advertisement----------
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 14 เม.ย. ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พล.ต.ท.วีระพงษ์ ชื่นภักดี ผบช.ภ.9 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช ผบก.ภ.จว.ตรัง พ.ต.อ.นุกูล ไกรทอง รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง พ.ต.อ.นิรัตน์ ปานดำ ผกก.สส.ภ.จว.ตรัง และ พ.ต.อ.พสิษฐ์ ศานติปรัชญา ผกก.สภ.สิเกา ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัว นายกิตติศักดิ์ หรือ"ตู่" รอดอ่อน อายุ 29 ปี ที่อยู่ 141 หมู่ 6 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง ผู้ต้องหาตามหมายจับ ที่ จ.165/59 ลงวันที่ 12 เม.ย.59 โดยเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาในการก่อคดีทำร้ายร่างกาย พระภิกษุดวงภักดี (พระดวงปิยนันโท) อายุ 87 ปี ภายในกุฎิภายในวัดไม้ฝาด ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง เพื่อชิงทรัพย์ แต่ไม่มีให้ คนร้ายจึงบันดาลโทสะ ทำร้ายร่างกายด้วยการนำกระป๋องสีครอบศีรษะพระ จนแตกเป็นแผลยาวประมาณ 6 เซนติเมตร และมีบาดแผลฟกซ้ำที่บริเวณแขนซ้ายอีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งทั่วร่างกายของพระเต็มไปด้วยคราบสีพลาสติกที่ใช้สำหรับทาโลหะเปื้อน ติดไปทั้งตัว พร้อมด้วยหลักฐานกระป๋องสี 2 กระป๋อง ที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา


พ.ต.อ.พสิษฐ์ กล่าวว่า จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการลงพื้นที่หาพยานและหลักฐาน จนทราบว่า นายกิตติศักดิ์ ผู้ต้องหากับพวกอีกคนได้ลงมือก่อเหตุทำร้ายพระภิกษุดวง โดยหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปนอกพื้นที่ ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ติดต่อทางญาติ หรือคนรู้จักของนายกิตติศักดิ์ เพื่อขอให้เข้ามอบตัว จนกระทั่งภรรยาของนายกิตติศักดิ์ ได้ประสานผ่านพระครูสุกิตติญาณ เจ้าอาวาสวัดไม้ฝาด ขอเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้สามีเข้ามอบตัวสู้คดีในชั้นศาล และหลังจากนั้น นายกิตติศักดิ์ ได้โทรศัพท์ประสานมาหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้นัดสถานที่เพื่อขอเข้ามอบตัวบริเวณศาลาพักริมถนน หมู่ 1 บ้านจิจิก ต.ท่าสะบ้า อ.วังวิเศษ จ.ตรัง โดยเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยเจ้าอาวาสวัดไม้ฝาด ได้นำรถตู้ไปรับยังจุดนัดพบ ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดตรัง

เบื้องต้น นายกิตติศักดิ์ ให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างในวันเกิดเหตุนั้น ตนได้พักอาศัยอยู่กับภรรยาและลูกสาววัยขวบเศษ ที่บ้านในพื้นที่ ต.นาท่ามใต้ อ.เมือง จ.ตรัง ไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ดังกล่าว แต่หลังจากทราบข่าวพระภิกษุดวงถูกทำร้ายร่างกาย และมีการออกสื่อว่าตนเป็นผู้กระทำนั้น ก็เกิดความหวาดกลัว ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมในคดีค้างเก่า ซึ่งมีหลายคดี ส่วนใหญ่เป็นคดียาเสพติดและลักทรัพย์ จึงนำลูกสาวไปฝากไว้บ้านแม่ยาย และพาภรรยาหลบหนีไปต่างจังหวัด โดยเฉพาะคดียาเสพติดที่ตนกำลังหลบหนีหมายจับของศาลจังหวัดตรัง เนื่องจากไม่อยากเข้าไปอยู่ในเรือนจำจังหวัดตรัง เพราะมีคู่อริอยู่ภายในเรือนจำเกรงจะได้รับอันตราย


ด้าน พล.ต.ท.วีระพงษ์ กล่าวว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานและวัตถุพยานที่ตรวจพบ ก็เชื่อมั่นว่า สามารถเอาผิดคนร้ายได้อย่างแน่นอน เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันบุกรุกฯ ใช้กำลังประทุษร้ายฯ ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาอีกรายที่ร่วมมือก่อเหตุ ซึ่งกำลังหลบหนีอยู่ในขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะเร่งติดตามตัว เพื่อนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา siamupdate
-------Advertisement----------
-------Advertisement----------