-------Advertisement----------

หอการค้า เผย ภัยแล้งดัน 9 สินค้าขึ้นราคา ทำค่าครองชีพผู้มีรายได้น้อยพุ่ง!!

-------Advertisement----------
หอการค้าไทย เผย ภัยแล้งดันสินค้า 9 รายการปรับขึ้นราคา ทำค่าครองชีพผู้มีรายได้น้อยพุ่ง เหตุ รายรับไม่พอรายจ่าย แนะรัฐ ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 5-7% มาอยู่ที่วันละ 310 บาท ด้าน พาณิชย์ ระบุ มะนาว-ผักชี-หมูพาเหรดขึ้นหน้าแล้ง

      วันที่ 19 เม.ย.59 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึง ผลสำรวจความเห็นประชาชนเรื่องค่าครองชีพไทยแพงจริงหรือ จากผลกระทบของประชาชนในช่วงภัยแล้ง ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ระบุว่า มีสินค้า 9 ประเภทที่ราคาสูงขึ้นจนกระทบต่อค่าครองชีพ ประกอบด้วย เนื้อหมูและไก่, ปลา, อาหารทะเล, ผลไม้, อาหารจานเดียว/อาหารตามสั่ง, ข้าวราดแกง, ก๋วยเตี๋ยว, ปัจจัยทางการเกษตร (ปุ๋ย, อาหารสัตว์, ยา/เคมีกำจัดศัตรูพืช) และค่าเทอม/ค่ากวดวิชา


      ทั้งนี้ จากการที่สินค้าเหล่านี้มีราคาสูงขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มอาชีพเกษตรกร , พนักงานบริษัท และลูกจ้างทั่วไปมากที่สุด ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรายได้น้อย และส่วนใหญ่ กลุ่มคนเหล่านี้มีรายได้ลดลง หรือเพิ่มขึ้นไม่มากนัก สวนทางกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น และเมื่อรู้สึกว่ารายได้น้อย ก็จะมองว่าสินค้าส่วนใหญ่มีราคาแพงขึ้น ทั้งๆ ที่ภาพรวมสินค้าส่วนใหญ่ราคาคงเดิม โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค ยกเว้นสินค้าบางประเภทที่ราคาเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล เช่น ผัก เนื้อสัตว์

      อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่เสนอให้รัฐบาลเร่งควบคุม ดูแลราคาสินค้า และให้นายจ้างปรับขึ้นเงินเดือนและค่าจ้างอีก 5-7% โดยเฉพาะค่าจ้างขั้นต่ำจากวันละ 300 บาทเป็น 310 บาท เพื่อให้เหมาะสมกับค่าครองชีพในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน รัฐบาลควรเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวล่าช้ายิ่งขึ้น เพราะประชาชนยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย



      ส่วนภาคเกษตรกรรมนั้น รัฐบาลควรเร่งผลักดันให้เกษตรกรมีรายได้เสริมจากนโยบายส่งเสริมการจ้างงานตามตำบลต่างๆ ในโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท สำหรับแนวทางในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการซื้อสินค้าที่มีราคาสูงขึ้นคือ จะเน้นซื้อของเท่าที่จำเป็นหรือซื้ออย่างมีเหตุผล, ประหยัดมากขึ้น, ใช้จ่ายน้อยลงโดยลดปริมาณ, เปลี่ยนสถานที่ในการซื้อสินค้าที่ถูกกว่า เป็นต้น

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ กรมการค้าภายใน ได้รายงานราคาสินค้าในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน เม.ย.59 โดยพบว่า ราคาผักคะน้า, ผักบุ้งจีน, ผักกวางตุ้ง, ผักชี, ต้นหอม, พริกขี้หนู (จินดา), มะนาว และเนื้อสุกร สูงขึ้นจากก่อนเทศกาลสงกรานต์ เพราะผลกระทบจากอากาศที่ร้อน และแล้งจัด ทำให้ผักส่วนใหญ่เติบโตช้า และผลผลิตเสียหาย โดยราคาขายปลีกผักคะน้าอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 25-28 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนสงกรานต์ กก.ละ 3 บาทผักชี ขีดละ 12-13 บาท เพิ่มขึ้นขีดละ 4 บาท, มะนาวแป้น เบอร์ 1-2 ผลละ 7-8 บาท เพิ่มขึ้นผลละ 0.50-1 บาท ในบางพื้นที่ราคาสูงถึงลูกละ 10 บาท สุกรชำแหละเนื้อแดง (สะโพก) กก.ละ 135-140 บาท เพิ่มขึ้น กก.ละ 5 บาท.

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : thairath.co.th
-------Advertisement----------
-------Advertisement----------