-------Advertisement----------

อย่ากลัวกับการ “ตรวจภายใน”….รีบไปก่อนสายเกินแก้

-------Advertisement----------
“ตรวจภายใน” เป็นวิธีการตรวจสุขภาพที่ผู้หญิงทุกคนต้องเจอ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาการคลอดลูก หรือเวลาที่มีสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์เกิดขึ้น แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นการตรวจภายในที่คนไข้ต้องขึ้นขาหยั่งและให้คุณหมอล้วงพิจารณาอวัยวะเบื้องล่างแล้ว ผู้หญิงทุกคนก็คงจะรู้สึกกลัว อาย หรือไม่มั่นใจในครั้งแรกที่เข้ารับการตรวจทั้งนั้น แต่รู้ไว้เลยว่า ถ้าคุณมัวแต่กลัวหรืออายกับเรื่องแบบนี้ คุณอาจจะต้องพบเจอกับปัญหาที่หาทางแก้ได้ยาก และก่อให้เกิดอันตรายมากขึ้นไปกว่าเดิม แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นต้องมาหาหมอเพื่อตรวจภายในอยู่ดี
เพราะฉะนั้น เรื่องนี้จึงเป็นความจริงที่หญิงสาวทุกคนต้องพบเจอ การเตรียมความพร้อมแต่เนิ่นๆน่าจะช่วยให้คุณสบายใจได้มากกว่า ซึ่งมีวิธีการเตรียมตัวดังต่อไปนี้


ฉันนี่หรือที่ต้องตรวจภายใน?
การตรวจภายในเป็นหนึ่งในวิธีการตรวจวินิจฉัยโรคหรือความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับระบบอวัยวะของเพศหญิง ทั้งช่องคลอดหรืออวัยวะที่เกี่ยวข้องกับมดลูก ซึ่งบุคคลกลุ่มที่ควรได้รับการตรวจภายใน ได้แก่
1. บุคคลที่มีอาการตกขาวผิดปกติ มีเลือดออกในช่องคลอด ช่องคลอดมีกลิ่น ปวดท้องน้อย สงสัยว่ามีก้อนหรือสิ่งผิดปกติภายใน ท้องนอกมดลูก
2. บุคคลที่มีโรคทางเพศสัมพันธ์ หรืออาการมีน้ำในช่องท้อง
3. บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป

การตรวจภายในสามารถทำได้ในผู้หญิงทุกคนตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงคนแก่ที่หมดประจำเดือนไปแล้ว สำหรับสาวโสดที่เริ่มมีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป แต่ไม่ได้มีอาการผิดปกติใดๆเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ มีประจำเดือนมาเป็นปกติ และไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน ก็ยังจำเป็นต้องตรวจภายในอยู่ดีเพื่อยืนยันความปลอดภัยจากปัญหาทุกๆด้าน



การเตรียมตัวก่อนตรวจภายใน
1. การให้ข้อมูลแก่แพทย์ การให้ข้อมูลตามความเป็นจริงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ประวัติการมีเพศสัมพันธ์ การใช้ยาคุม การมีบุตร หรือการทำแท้ง ยิ่งคุณสามารถให้ข้อมูลได้ละเอียดมากเท่าไร ก็จะยิ่งเอื้อประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโรคได้เท่านั้น
2. การเตรียมพร้อมร่างกาย พยายามขับถ่ายของเหลวอย่างปัสสาวะที่ตกค้างอยู่ภายในร่างกายออกให้หมด เพื่อที่แพทย์จะได้สามารถตรวจมดลูกและปีกมดลูกได้อย่างชัดเจน
3. ไม่ควรจะสอดยามาเอง สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องตกขาวมีกลิ่น ตกขาวเปลี่ยนสี มีอาการคันที่ช่องคลอด ไม่ควรที่จะสอดยามา เนื่องจากจะทำให้มียาเต็มในช่องคลอดจนไม่สามารถตรวจวินิจฉัยโรคได้
4. ไม่ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดล้างลึกเข้าไปในช่องคลอด โดยเฉพาะก่อนที่จะมาตรวจมะเร็งปากมดลูก ไม่ควรล้างลึกด้วยน้ำยาเด็ดขาด เพราะความเป็นกรดด่างของน้ำยาจะส่งผลให้เซลล์ภายในช่องคลอดถูกล้างออกไปจนหมด และไม่สามารถตรวจความผิดปกติได้
5. งดเว้นการตรวจในช่วงมีประจำเดือน โดยช่วงการตรวจที่ดีที่สุดคือ หลังจากการมีประจำเดือนประมาณ 5 วัน เนื่องจากเลือดประจำเดือนจะรบกวนการตรวจของแพทย์ แต่ถ้าหากเป็นอาการผิดปกติที่เกี่ยวกับการมีเลือดออกที่ไม่ใช่ประจำเดือน ให้รีบไปตรวจหาความผิดปกติเลยทันที
6. ไม่ต้องงดน้ำหรืองดอาหาร การงดน้ำหรืองดอาหารก่อนเข้าตรวจภายในไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นเลย คุณสามารถรับประทานน้ำหรืออาหารมาได้อย่างเต็มที่ เพราะการตรวจภายในไม่เกี่ยวข้องกับการตรวจเลือดหรือตรวจสุขภาพแบบอื่นๆ
7. ไม่ควรเล่นกีฬาหรือเดินทางไกลก่อนการตรวจ
8. ควรงดการมีเพศสัมพันธุ์ก่อนการตรวจอย่างน้อย 2 วัน

ตรวจภายใน ตรวจอะไรบ้าง?
1. ต่อม Bartholin และต่อม Skene เป็นต่อมที่ช่วยในการหลั่งสิ่งหล่อลื่นภายในช่องคลอด และเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดกลิ่นด้วย
2. อื่นๆ เช่น การหย่อนของผนังช่องคลอด การหย่อนของหูรูดกระเพาะปัสสาวะ การเล็ดของน้ำปัสสาวะขณะเบ่งหรือไอ การเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งปกติของมดลูก การปลิ้น รอยฉีกขาด และหนองภายในรูมดลูก หรือตรวจเนื้องอกภายในรังไข่และท่อรังไข่ เป็นต้น

การตรวจภายในไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว หากทุกอย่างทำด้วยความชำนาญของแพทย์ เพราะฉะนั้น คุณจงมั่นใจได้เลยว่า คุณหมอจะไม่ทำให้คุณบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการตรวจภายในอย่างแน่นอน แต่ในทางตรงกันข้าม การตรวจภายในกลับเป็นเครื่องยืนยันอย่างดีที่จะทำให้ผู้หญิงอย่างเราๆรู้สึกมั่นใจได้ว่าสุขภาพของตัวเองนั้นยังเป็นปกติดีอยู่ ไม่ติดโรค หรือติดเชื้อร้ายแรง และถึงจะมีปัญหาใดๆเกิดขึ้นมา การรีบเข้ารับการตรวจและรักษาแต่เนิ่นๆ ก็ย่อมเพิ่มโอกาสที่จะทำให้หายได้มากกว่าแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก siamhealth.net
ที่มา ThaiJobsGov.com

-------Advertisement----------
-------Advertisement----------