-------Advertisement----------

กินปลาทับทิมโปรดระว้ง พ่อค้าโหดฉีดฟอร์มาลิน

-------Advertisement----------
จากกรณีสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ได้รับแจ้งจากผู้บริโภคว่า ผู้ประกอบการที่เลี้ยงปลาทับทิมบางราย ฉีดสารฟอร์มาลินเข้าไปในตัวปลา เพื่อรักษาความสดให้นานขึ้น จึงสั่งตรวจสอบและป้องปรามไม่ให้จำหน่ายในตลาด เนื่องจากเกรงว่าผู้บริโภคจะซื้อมารับประทานและเป็นอันตรายรุนแรง


ความคืบหน้าเมื่อเวลา 16.00น.วันที่ 11เม.ย. นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ปกติแล้วคุณสมบัติของ“สารฟอร์มาลิน” หรือ “น้ำยาดองศพ” เป็นที่ทราบกันดีว่า ใช้ในการคงสภาพศพ ไม่ให้เน่าเสีย ชาวบ้านจึงนำไปใช้ในลักษณะคงสภาพของอาหาร ที่พบบ่อยคือ การนำไปแช่อาหารประเภทอาหารทะเล เพราะเรือประมงกว่าจะกลับเข้าฝั่งใช้เวลาหลายวัน ใช้ความเย็นแช่คงไม่เพียงพอ จึงต้องผสมสารฟอร์มาลินเข้าไปด้วย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีมาตราการในการตรวจสอบสารตกค้างอยู่แล้ว แต่ล่าสุดทราบข่าวว่า มีการฉีดสารฟอร์มาลินเข้าไปในเนื้อปลาทับทิมด้วย ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจ เพราะมีอันตรายมากกว่าการแช่ ซึ่งการแช่สารฟอร์มาลินน้ำยาจะแทรกซึมอยู่แค่ผิวปลา เวลาผู้บริโภคนำไปรับประทาน ก็จะมีวิธีในการทำให้สารปนเปื้อนลดน้อยลงอยู่แล้วเช่น การขอดเกล็ด การล้าง และการใช้ความร้อนอันตราย จึงน้อยกว่าถ้าเทียบกับการฉีดเข้าไปในเนื้อปลา อย่างไรก็ตามการฉีดสารฟอร์มาลินเข้าไปในเนื้อปลา ก็เหมือนกับการฉีดศพ ที่ช่วยคงสภาพอวัยวะภายในให้ดูสวยสดน่ารับประทาน แต่หากผู้บริโภครับประทานในปริมาณที่สูง จะมีผลต่อระบบการทำงานของทางเดินอาหาร เพราะสารฟอร์มาลินมีความเป็นกรดด่างสูงลำไส้ และกระเพาะอาหาร จึงมีการเคลื่อนตัวรุนแรง เพราะต้องการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายให้เร็วที่สุด ดังนั้นอาการของผู้บริโภคที่ได้รับสารฟอร์มาลินคือ คลื่นไส้ อาเจียนหลังจากถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด ไปที่ระบบประสาทบางส่วนแล้ว จะทำให้หมดสติและหากถูกดูดซึมไปที่ระบบไต จะส่งผลให้ไตทำงานผิดปกติ ปัสสาวะไม่ออกเมื่อร่างกายกำจัดของเสียไม่ได้ก็อาจเป็นอันตรายรุนแรงถึงชีวิตได้ สำหรับวิธีการบรรเทาอาการเบื้องต้นหากได้รับสารฟอร์มาลินควรดื่มน้ำมากๆ สังเกตชีพจรหากเต้นเร็วประกอบกับภาวะเหงื่อออกมากควรรีบไปพบแพทย์ส่วนวิธีเลือกซื้อปลาที่สดปราศจากสารฟอร์มาลิน ด้วยวิธีสังเกตแบบชาวบ้านๆ อย่างเช่น ตาใส เหงือกแดงยังใช้ได้อยู่อย่าเลือกดูแต่ความสวยสดเพียงอย่างเดียว.. “

ที่มา dailynews.co.th
-------Advertisement----------
-------Advertisement----------