-------Advertisement----------

อย่ากลั้นจามเด็ดขาด! อันตรายถึงชีวิต สูญเสียการได้ยิน และมีสิทธิเป็นอัมพาตได้

-------Advertisement----------
หลายคนเวลาที่ไม่สบายและไม่ได้เตรียมตัวป้องกันการแพร่เชื้อโรคของตัวเองอย่างดี  มักจะใช้วิธีการ “กลั้นจาม” เพื่อไม่ให้ส่งเชื้อโรคหรือเสียงดังไปเดือดร้อนคนข้างๆ รวมถึงไม่อยากสกปรกจากน้ำลายของตัวเอง แต่ทราบไว้เถอะว่าการคิดเช่นนี้ผิดมหันต์ เพราะคนที่เดือดร้อนกลับกลายเป็นตัวของคุณเอง เพราะคุณกำลังทำลายอวัยวะภายในทั้งหู ดวงตา และสมองของตัวเองอย่างไม่รู้ตัว หากกลั้นจามบ่อยๆ คุณมีสิทธิที่จะสูญเสียอวัยวะทั้งสองส่วนนี้ไปได้เร็วกว่าคนอื่น เป็นเพราะอะไรมาดูกัน
 
การกลั้นจาม ไม่ว่าจะเป็นการบีบจมูกไว้ตอนจามหรือฝืนให้จามเบาลง ทำให้การปลดปล่อยลมเปลี่ยนแปลงไป จากที่ลมต้องออกทางปากหรือจมูก กลับเปลี่ยนไปออกที่หูหรือกระทบต่ออวัยวะส่วนอื่นแทน และสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะภายในของร่างกาย
 

 
1. ทำให้เส้นเลือดในช่วงลำคอและสมองอ่อนแอหรือแตก เนื่องจากโดยแรงงดันในระดับสูงชั่วขณะ ส่งผลต่อสมองโดยตรงและอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้
2. เยื่อหุ้มชั้นในในหูฉีกขาด หรือแก้วหูฉีกขาด ซึ่งหากเป็นมากอาจทำให้สูงเสียการได้ยินได้
3. หลอดเลือดในตาขาวแตก ก่อให้เกิดอาการช้ำหรือมีผลต่อการมองเห็นได้ ส่วนในกลุ่มคนสูงอายุอาจก่อให้เกิดอาการจอประสาทตาหลุดลอกได้
 
จะเห็นได้ว่าการกลั้นจามไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลย เพราะเรากำลังต่อต้านระบบการทำงานอัตโนมัติของร่างกายอยู่ และถ้าฝืนไปเรื่อยๆ เรานั่นเองที่จะได้รับอันตรายจากการกระทำของตนเอง
 

 
ใครที่ชอบกลั้นหรือปิดจมูกตอนจาม ก็ต้องลองเปลี่ยนพฤติกรรมของคุณได้แล้ว ถ้าต้องการจามจริงๆ จงปล่อยมันออกมาให้เต็มที่ โดยมีผ้าเช็ดผ้าหรือกระดาษทิชชูปิดปากไว้เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค แต่ถ้าหาไม่ทันแขนเสื้อของเรานี่แหละเหมาะสมที่สุด ที่ต้องจำไว้คือ พยายามอย่าใช้มือป้องปากเพื่อจาม เพราะมือของเราจะไปสัมผัสกับสิ่งอื่นๆต่อไปอีกมากมา ซึ่งก็จะเป็นการแพร่เชื้อโรคไปสู่รอบข้างอยู่ดี
 
 
ที่สำคัญสิ่งที่ควรทำทุกครั้งหลังการจาม ก็คือ การล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ส่วนใครที่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังเป็นหวัดหรือจามบ่อยในช่วงนี้ ก็ควรหาหน้ากากอนามัยมาสวมใส่ และอยู่ให้ห่างไกลจากผู้คนเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรคนั่นเอง
 
หากคุณพยายามป้องกันหวัดไม่ให้แพร่ออกไปจากตัวเอง โอกาสที่คุณจะได้รับเชื้อหวัดจากคนอื่นกลับเข้ามาก็จะมีน้อยลง ร่วมกันรณรงค์เรื่องนี้กันให้มากๆ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและสุขภาพของเราทุกๆคน
 
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก livescience.com และ wikihow.com

-------Advertisement----------
-------Advertisement----------