-------Advertisement----------

นับถอยหลังส้วมนั่งยอง ลงประกาศราชกิจจาฯ อีก ๑๒๐ วันใช้บังคับ

-------Advertisement----------
พระราชกฤษฎีกา กำหนดมาตรฐานส้วม ตามมติ ครม. ยกเลิกส้วมนั่งยอง ใช้ชักโครกแทน ประกาศในราชกิจจาฯแล้ว เริ่มบังคับอีก ๑๒๐ วัน


สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่าเมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๖ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกา กำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องสุขภัณฑ์เซรามิก : โถส้วมนั่งราบต้องเป็นไปตามมาตรฐานปี ๒๕๕๖ ใจความว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า เป็นการสมควรกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องสุขภัณฑ์เซรามิก : โถส้วมนั่งราบต้องเป็นไปตามมาตรฐาน และได้ดำเนินการตามความในมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๘ แล้วจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องสุขภัณฑ์เซรามิก : โถส้วมนั่งราบต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. ๒๕๕๖”

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องสุขภัณฑ์เซรามิก : โถส้วมนั่งราบต้องเป็นไปตามมาตรฐาน เลขที่ มอก. ๗๙๒ - ๒๕๕๔ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ ๔๓๘๐(พ.ศ. ๒๕๕๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑เรื่อง ยกเลิกมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องสุขภัณฑ์วิเทรียสไชนา : โถส้วมนั่งราบ และกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องสุขภัณฑ์เซรามิก : โถส้วมนั่งราบ ลงวันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้เนื่องจาก เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอขอความเห็นชอบแผนแม่บทพัฒนาส้วมสาธารณะไทยระยะที่ ๓ (พ.ศ.๒๕๕๖-๒๕๕๙) โดยให้ยกเลิกส้วมแบบนั่งยองและใช้ส้วมแบบนั่งราบหรือแบบชักโครกแทน สำหรับกลุ่มเป้าหมายของแผนแม่บทส้วมฉบับนี้ จะครอบคลุมส้วมครัวเรือนและส้วมสาธารณะในสถานบริการสาธารณะและสถานที่สาธารณะ ๑๒ ประเภท ได้แก่ ๑.แหล่งท่องเที่ยว ๒.ร้านจำหน่ายอาหาร ๓.ตลาดสด ๔.สถานีขนส่งทางบกและทางอากาศ ๕.สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ๖.สถานศึกษา ๗.โรงพยาบาล ๘.สถานที่ราชการ ๙.สวนสาธารณะ ๑๐.ศาสนสถาน ๑๑.ส้วมสาธารณะริมทาง และ ๑๒.ห้างสรรพสินค้า/ ศูนย์การค้า/ ดิสเคานต์สโตร์

ที่มา isranews
-------Advertisement----------
-------Advertisement----------