-------Advertisement----------

หากคุณมีอาการแบบนี้อยู่…อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะมันคือสัญญาณ..บอกโรคที่กำลังจะเกิดขึ้น!!

-------Advertisement----------
สัญญาณโรค มีสัญญาณกายหลากหลาย ที่บ่งถึงความผิดปกติ เช่น 
เล็บ
       เล็บ มีดอก  บ่งถึงอาการขาดสังกะสี หรือซิลิกอน
       เป็นริ้วคลื่น  อาจขาดซีลีเนียม…หากตรงปลายเล็บหนาขึ้น รูปทรงเล็บเปลี่ยน อาจเป็นอาการของสะเก็ดเงิน
       บางแบน งองุ้ม เป็นรูปช้อน แทนที่จะนูนขึ้นมา อาจเป็นอาการขาดธาตุเหล็ก…เชื่อว่าการขาดธาตุเหล็ก ทำให้เล็บอ่อน และแบนจนกระทั่งยุบตัวลงได้
       เปราะ  รึ…น่าจะขาด บี2
       เล็บลูกปัด เป็นลักษณะจุดเล็กๆ เหมือนลูกปัด หรือน้ำตาเทียน อาจบ่งบอกถึงไขข้ออักเสบ เกิดการอักเสบของหลอดเลือดใต้แผ่นเล็บจากโรคนี้ อาการอาจแสดงก่อนตรวจพบการอักเสบของไขข้อ ยิ่งพบลูกปัดมากยิ่งแสดงถึงความรุนแรงโรค
       เล็บรูปทรงบิดเบี้ยว เนื่องจากเชื้อราในเล็บ พบได้บ่อยในเบาหวาน เอดส์ หรือผู้มีภูมิต้านทานต่ำ ทำให้รูปทรงเล็บผิดเพี้ยนไป หรือมีสีคล้ำเขียว แตกหักง่าย
       เล็บกร่อน กุด  เป็นลักษณะหนึ่งของโรคสะเก็ดเงินที่เล็บ
       เล็บเขียว เป็นอาการแสดงเมื่อออกซิเจนในเลือดไม่เพียงพอ ในผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว ดูได้จาก เล็บ ริมฝีปาก หรือนิ้วเท้า หากเขียวทั้งตัวเป็นภาวะขาดออกซิเจนรุนแรง
       เล็บสีชมพู  แสดงถึงการไหลเวียนโลหิตดี
       เล็บสองสี อาจพบสีขาวซีด บริเวณครึ่งล่างที่อยู่ติดผิวหนัง แต่ครึ่งบนออกสีน้ำตาล ส่อเค้าโรคไต สื่อถึงภาวะไตวาย อาจเห็นก่อนที่อวัยวะเริ่มหยุดทำงาน สาเหตุเชื่อว่ามาจากการสะสมของสารยูเรีย หรือสิ่งขับถ่ายของเสียที่ออกจากไต ไปตกผลึกอยู่ใต้ผิวหนังและเล็บ



       จมูกเล็บอักเสบ เกิดได้ในผู้ที่ปล่อยให้เล็บเปียกชื้นบ่อยๆ หรือตัดเล็บลึกเกินไป ทำให้น้ำหรือสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันด้านในจนเกิดอักเสบเป็นหนอง
       เล็บไม่ติดเนื้อ  เห็นเป็นโพรงลึก หากมิใช่แพ้สบู่ สารเคมี ก็ยังมีผลจากการขาดสารอาหาร และต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ การให้สารไอโอดีน เช่น สาหร่ายทะเล ช่วยสร้างฮอร์โมนของต่อมไทรอยด์ ร่วมกับน้ำมันปลา แมกนีเซียม  สังกะสี  วิตามินซี โคลีนบีคอมเพลกซ์ ปริมาณสูง ตลอดจนเพิ่มโปรตีน เช่น ไข่ เนื้อ ไก่ อีกทั้งวิตามินเอ เนื่องจากร่างกายอาจไม่สามารถนำโปรตีนไปใช้ได้หากขาดวิตามินเอ
       เล็บขบ มักเกิดจากตัดเล็บสั้นเกิน ตัดเอาขอบมุมเล็บออกไปด้วย วิธีแก้ไขคือ ยัดสำลีเข้าไปในซอกเล็บเบาๆ อย่าอัดแน่น ใส่รองเท้าหลวมๆ หากมีอักเสบ ใช้เบนซอยเปร์ออกไซด์ (BP) ทาได้
       อยากให้เล็บสวย ลองเสริมไบโอติน 300 mcgx3 เลียนแบบม้าซึ่งสัตวแพทย์  ใช้รักษากลีบเท้าม้า อีกสิ่งที่น่าจะช่วยสร้างเซลล์พื้นฐานได้ดี คือ น้ำมันปลากับสังกะสี
       ซีด เลือดจาง สังเกตได้ที่เล็บ หรือพลิกเปลือกตาล่างดู  ควรคิดถึงธาตุเหล็ก และวิตามินบี12 โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะเสียเลือดมาก
ผม
       ผมร่วง / หงอก  มักขาดไบโอติน และสังกะสี
       แห้ง แตกปลาย ควรเสริม บี5 (Pantothenic acid) และn3 (โอเมก้า3)
       จัดทรงไม่ได้ อาจขาดโปรตีน และธาตุเหล็ก
       รังแค นอกจากเชื้อโรคเฉพาะแล้วอาจ ขาดเลซิทิน  ซีลีเนียม หรือสังกะสี ลองชโลมด้วยน้ำมันมะพร้าว VCO ก่อน
       ขนคุด มักเกิดเนื่องจากการโกนขนด้วยมีดโกนสองชั้น แนะนำให้ใช้ผ้าประคบอุ่นแล้วถอน ทาด้วยเบนซอยเปอร์ออกไซด์ พร้อมทำทรีทเมนท์กรดผลไม้
ผิว
       ผิวซูบซีด เลือดจาง บ่งถึงอาการขาดธาตุเหล็ก บี12 หรือโฟลิค
       ด่างดำ ควรเสริมกลูต้าไทโอน โอพีซี สังกะสี และวิตามินซี
       ตกกระ หนา กร้าน…น่าจะขาด โอเมก้า3 สังกะสี กลูต้าไทโอน
       เหี่ยวย่น …คอลลาเจนคงไม่สมบูรณ์ ผู้มีส่วนร่วมสร้างคอลลาเจน ได้แก่ โคคิวเทน หลินจือ วิตามินซี และอี หรือการที่ กรดไฮอะลูโรนิค (Hyaluronic acid) ไม่เพียงพอ ขอให้นึกถึงสังกะสี แมกนีเซียม และวิตามินซี
       คันลอกเป็นขุย อาจขาดวิตามินเอ หรือมอยส์เจอร์ในหน้าหนาว
       ภาวะที่ผิวแห้งลอกรุนแรง ย่อมเกินกำลังของมอยส์เจอร์ทั่วไป  แนะนำให้ทำประคบเปียก ด้วยน้ำเกลือไอโซโทนิค การล้าง       หน้าด้วยน้ำโออาร์พีลบ มีโมเลกุลเล็กซึมเข้าสู่เซลล์ง่าย เป็นการเติมความชุ่มชื้นแก่ผิว ก่อนลงมอยส์เจอร์
       บวมกดบุ๋มค้างคา คิดถึงไตผิดปกติ เช่น เบาหวาน ควรงดของเค็ม ไขมัน โปรตีน
       งูสวัด ลักษณะเป็นตุ่มน้ำใส จับกันเป็นกลุ่ม มีอาการปวด  แดง  ร้อน อาจมีไข้ด้วย นอกจากยาต้านไวรัส Acyclovir แล้ว        การใช้วิตามินทา หรือทาด้วยเจลว่านหางจระเข้ ร่วมกับกินวิตามินซี โอพีซี และบีรวม มีรายงานว่าช่วยทุเลาอาการได้
       กลิ่นตัว  อาจเนื่องจากกินเลซิทิน โคลีน หรือปลามากเกินไป  แก้ด้วยคลอโรฟิลล์  ผักใบเขียวมากๆ



ฟัน
       ฟันผุ  บ่งบอกการขาดแคลเซียม แมกนีเซียม ฟลูออไรด์ หรือมีการติดเชื้ออักเสบ
       เลือดออกไรฟัน นอกจากลักปิดลักเปิด จากขาดวิตามินซีแล้ว ควรเสริมโอพีซี และบีรวม
       ริมฝีปากที่แตก แห้ง    อย่าเลีย  เพราะน้ำลายเป็นกรดไทอาลิน ยิ่งก่อระคายเคือง ให้ดื่มน้ำมากๆแล้วทาด้วยน้ำมันวิตามินอี
       เหงือกอักเสบ นอกจากติดเชื้อแบคทีเรียแล้วอาจขาดโคคิวเทน
       ปวดเหงือก ขาดแบคทีเรียที่มีประโยชน์มาช่วยกำจัดแบคทีเรียชนิดร้าย อาจต้องทานโยเกิร์ต เป็นอาหารว่างในช่วงเช้าทุกวัน
แผลในปาก ก็ควรเพิ่มวิตามินซี โอพีซี และบีรวม
       มีกลิ่นปาก มักเกิดจากอาหารจำพวกกระเทียม สะตอ หอม อาจกินปลา เลซิทิน โคลีนมากเกินขนาด ระวังอย่าให้ปากแห้ง        เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียจะเจริญเติบโตเพิ่ม แก้ด้วยการเคี้ยวผักชี หรือใบฝรั่งสดๆ ลดกลิ่นปาก  บ้วนปากหลังอาหาร แล้วทำออยพูลลิ่ง ด้วยน้ำมันมะพร้าว  อบเชยเป็นชิ้นอม  รวมไปถึงการขูดลิ้น  แปรงซอกฟัน 
       ตรวจสุขภาพว่ามีฟันผุ  โพรงไซนัสอักเสบเรื้อรัง อยู่หรือไม่ บางคราก็ออกเป็นกลิ่นตัว
มือเท้า
       มือเท้าเย็น เส้นเลือดฝอยตีบ  ส่งผลให้เนื้อตาย สารอาหารที่ช่วยได้ดีคือ วิตามินอี โคลีน วิตามินบี โอพีซี + วิตามินซี น้ำมันปลา และแมกนีเซียม กลไกการออกฤทธิ์คือ ช่วยขยายหลอดเลือดฝอย สร้างผนังหลอดเลือดที่ดี สร้างความเป็นด่าง ให้เลือดไหลเวียนสะดวก โคลีนบี และโอเมก้า3 ช่วยสร้างฟื้นฟูระบบประสาทฝอย
       เท้าเหม็น  นอกจากสเปรย์ใบพลูแล้ว ลองเช็ดหรือแช่น้ำยาที่หยดลิสเตอรีน ทาเบนซอยเปอร์ออกไซด์ครีมบ่อยๆ นอกเหนือจากการเปลี่ยนถุงเท้า ตากรองเท้า เดินเท้าเปลือย หรือใช้ทรายแมวดูดกลิ่นในรองเท้า
       เส้นเลือดขอด…มักเป็นที่เท้า น่อง ขาพับ  ควรได้อาหารที่มีวิตามินอี บี ซี รวมถึงแร่ธาตุทั้งหลาย
       มือสั่นเดินส่ายให้คิดถึงโรคสมองเสื่อม พาร์กินสัน ซึ่งอาหารเบื้องต้นที่ควรคิดถึง คือ โคคิวเทน เพิ่งเป็นที่ยอมรับของ FDA สหรัฐ เมื่อปี 2549 ให้ใช้โคคิวเทนเป็นยาป้องกัน ร่วมกับวิตามินบีทั้งหลาย แต่ถ้าอาการมากก็อาจสายเกินแก้ เพราะเน้นผลการป้องกันมากกว่า
       อาการเหน็บชา กรณีเป็นที่ปลายนิ้วมือนิ้วเท้า ชาเข้าหาตัว มักขาด บี1 – 6 – 12
       ถ้าชาแห่งเดียว มักเกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับ
       มือแข็งเป็นไม้กระดาน มีตุ่มแข็งโตขึ้นลามมาบรรจบกัน อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งรังไข่
       ฝ่ามือแดง ส่อเค้าตับแข็ง (การที่เนื้อเยื่อตับเต็มไปด้วยริ้วรอยแผล ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการดื่มเหล้า ไวรัสตับอักเสบซี) อาจ       แสดงออกเป็นฝ่ามือแดง (palmar erythema) มักเกิดบริเวณขอบนอกของฝ่ามือใกล้นิ้วก้อย เข้าใจว่าเกิดจากหลอดเลือดในผิวหนังโป่งพอง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสมดุลของฮอร์โมนที่เกิดจากโรคตับ
       ข้อนิ้วอ้วน คอเลสเตอรอลสูง การเกิดก้อนไขมันที่เอ็น (Tendon xanthoma) เป็นสัญญาณอันตรายถึงชีวิตจากภาวะเลือดมีคอเลสเตอรอลมาก (hypercholesterolemia) เมื่อกำมือแน่นๆ จะเห็นเป็นก้อนบวมแข็งสีออกเหลืองๆ ที่ข้อนิ้ว มีคำอธิบายว่า ไขมันที่สะสมนานๆ ในเอ็น  จะกลายเป็นพังผืดแข็ง ผู้ป่วยโรคนี้มักมีคอเลสเตอรอลสูงตั้งแต่เกิด โดยแรกๆ อาการไม่แสดงชัดเจน        แต่หากมิได้รักษา อาจเสียชีวิตจากหัวใจวายตั้งแต่เด็ก
       ปลายนิ้วบวม  มะเร็งปอด วัณโรค หรือ Mesothelioma เป็นโรคปอดร้ายแรง เกี่ยวกับแร่ใยหิน พบว่าสาเหตุเกิดจากการสะสมของสาร PGE 2 ที่ช่วยทำให้อาการอักเสบในปอดทุเลาลง โดยเชื่อว่าเนื้องอกในปอดอาจกระตุ้นให้ร่างกายผลิตสารชนิดนี้ออกมามากเกินความต้องการถึง 10 เท่า จึงไปสะสมที่ปลายนิ้ว จนทำให้บวม
       ฝ่ามือชื้นเหงื่อ  ส่อว่าต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกิน มักเกิดในหญิงมากกว่า ภาวะที่ต่อมไทรอยด์ทำงานหนักเกิน ทำให้ใช้แคลอรี่มากขึ้น เกิดความร้อนสูงขึ้น เกิดความรู้สึกร้อนและอาการเหงื่อออกมาก แต่บางรายอาจเป็นเพียงความผิดปกติของต่อมเหงื่อที่ฝ่ามือ โดยไทรอยด์เป็นปกติก็เป็นได้
       มือโต เนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง อาการมือเท้าโตผิดปกติ (acromegaly) เท้า ริมฝีปาก หู ยังอาจได้รับผลกระทบจากต่อมใต้สมองที่ผลิตฮอร์โมนสร้างการเติบโต ภาวะที่ต่อมใต้สมอง (pituitary gland) ผลิตฮอร์โมนมากเกิน มักเกิดในวัยกลางคน อาจเป็นอันตรายร้ายแรง จากมะเร็งของต่อมนี้
       ตุ่มที่ข้อนิ้ว  ส่อเค้า โรคข้อกระดูกอักเสบบริเวณสะโพก เป็นตุ่มขนาดเมล็ดถั่วแถวกระดูกข้อนิ้ว เจ็บเมื่อสัมผัส อาจเป็นสัญญาณอักเสบของโรคข้อกระดูกอักเสบบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย เช่น สะโพก หัวเข่า Heberden‘s nodes เป็นบันทึกที่พบได้ในโรคของข้อ ก่อนเกิดอาการข้ออักเสบที่สะโพก
       โรคขาอยู่ไม่สุข  (Restless leg syndrome – RLS) อาจมีความรู้สึกชา เหมือนมีเข็มมาทิ่มแทงที่ขาอยู่ไม่หยุด ทำให้ต้องขยับแข้งขาตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนกลางคืน ควรให้แพทย์ตรวจหาระดับธาตุเหล็กในเลือด เนื่องจากการขาดธาตุเหล็กเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคนี้
ตา
       ตา ลองปิดตาข้างใดข้างหนึ่งสลับกัน หากเห็นตรงบริเวณกลางภาพพร่ามัว บ่งถึงอาการจอประสาทตาเสื่อม อาจต้องเสริม       วิตามินซี อี บี และลูทีน ซีแซนทิน หากมองส่วนขอบภาพไม่ชัด ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคต้อหินอันตราย สมควรพบแพทย์
       เห็นเป็นฟ้าแลบ หรือ เป็นจุดลูกน้ำ คล้ายหยากไย่  แสดงว่ามีการฉีกขาดของเยื่อหุ้มน้ำวุ้นลูกตาส่วนหลัง ถ้ารุนแรงขึ้นเป็น       สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบรักษากับจักษุแพทย์
       ตาบอดไก่  เห็นไม่ชัดเวลามืด  น่าจะขาดวิตามินเอ และบี
       ตากระตุก เป็นอาการที่หูชั้นในกระทบอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงโดยเร็ว เช่น ความร้อน – เย็น ทำให้อุณหภูมิของเอนโดลิมพ์เปลี่ยนไป มีผลต่อเวสติบูลาร์นิวเคลียส ปรับการทรงตัว หรือส่อความผิดปกติของระบบประสาทกลาง
หู
       หูตึง ตะคริว สั่นกระตุก สมาธิสั้น กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เครียด นอนไม่หลับ  ขอให้คำนึงถึงภาวะขาดแมกนีเซียม
       เสียงก้องในหู อาจขาด บีรวม แมกนีเซียม สังกะสี พบว่ากระเทียม กับหลินจือก็พอช่วยบรรเทาได้ ในหลายรายงาน


       เสียงแหบ รักษาโดยงดใช้เสียงเด็ดขาด หากฝืนต่อ จะเกิดแผลเป็นบนสายเสียง กลายเป็นตุ่มนูนๆ ถาวร ทำให้สายเสียงปิดไม่สนิท เสียงแหบถาวร
       ร้ายกว่านั้นคือ เมื่อสายเสียงปิดไม่สนิท ยามกินข้าว ดื่มน้ำ จะสำลักเข้าหลอดลมแทบทุกครั้ง ปอดอักเสบตามมา
       ด้วยสายเสียงเป็นอวัยวะสำคัญที่ปิดกั้นน้ำ, อาหารมิให้ตกเข้าหลอดลม และปอด
       จึงไม่ควรพูดคุยขณะมีอาหารในปากอีกด้วย
       แพทย์มักรักษาเสียงแหบ โดยให้ยาต้านอักเสบกลุ่มสเตียรอยด์
       เสมหะ ตื่นนอนมีเสมหะเหนียวข้น สีเขียวๆ ดำๆ สายๆ ก็หายไป กินยาหมดก็เป็นอีก
       ปัญหาอาจมาจากการนอนหายใจทางปาก เพราะจมูกคัด ตันเยื่อบุโพรงจมูกพองตัวเมื่ออากาศเย็น เพื่อปรับการอุ่นอากาศเข้าปอด พองมากๆ เลยคัดจมูก จึงต้องหายใจทางปาก
       อากาศเย็น ความชื้นน้อยที่ผ่านลำคอทำให้คอแห้ง เมือกที่เคลือบเยื่อบุก็แห้งตาม
       ส่วนสีดำๆ เทาๆ น่าจะเป็นฝุ่นละออง สิ่งสกปรกที่ติดอยู่กับเมือกที่เหนียวข้นแห้ง
       พอแปรงฟัน ดื่มน้ำอุ่นๆ ก็หายไปเอง
       คอพอก นอกจากไอโอดีนแล้ว ควรทาน น้ำมันปลา และผักผลไม้หรือวิตามินบี
       ผื่นที่หนาตัว ขรุขระ สีดำคล้ำ คล้ายกำมะหยี่ ขึ้นด้านหลังต้นคอ ข้อพับ แขนขา รักแร้ ใต้ราวนม ขาหนีบ รอบสะดือ หากลด       อ้วนแล้วไม่ดีขึ้น อาจเป็นสัญญาณมะเร็ง แม้อายุน้อย
       ควรพบแพทย์ด่วน
       ไอเรื้อรัง นอกจากควันบุหรี่, มลพิษต่อปอดแล้ว ในสตรีอาจเป็นอาการขาดธาตุเหล็ก
หน้าแดง
       เป็นภาวะร้อนของร่างกาย เลือดไหลติดขัด ต้องปรับระบบย่อยอาหาร “กินเป็น – ดื่มเป็น”  แก้ด้วยอาหารฤทธิ์เย็น
อาการ
       ร้อนใน  แผลในปาก ซางร้อนใน เกิดจากอาหารไม่ย่อย แก้โดย “กินเป็น – ดื่มเป็น” (ดูคำศัพท์ท้ายเล่ม)
       หากมีอาการมากใช้ฟ้าทะลายโจรต้มกับใบเตยอย่างละเท่ากัน เคี่ยวจนงวด ดื่ม 3 เวลาขณะท้องว่าง หรือใบสดรางจืด 10 ใบ ผสมน้ำซาวข้าวครึ่งแก้ว คั้นน้ำดื่มทุกชั่วโมง (ไม่เกิน 7 วัน)
       มีไข้ ร่วมกับอาการปวดท้องน้อยด้านขวา…คิดถึงไส้ติ่งอักเสบ
       ปวดหลัง  ก็ควรคิดถึง แคลเซียม แมกนีเซียม น้ำมันปลา
       ปวดใต้ชายโครงขวา กินอิ่ม ท้องอืด บางครั้งถ่ายเป็นมูก (ไขมัน) อาจเป็นนิ่วในถุงน้ำดี
       นอนไม่หลับ จากขาดซีโรโทนินสร้างสารเมลาโทนิน ซีโรโทนินได้จากแมกนีเซียม ร่วมกับ บี6  แต่บี3  และทริปโตแฟนก็ช่วยได้
       เครียด หดหู่ ซึมเศร้า เช่นเดียวกับภาวะนอนไม่หลับ เพราะขาดซีโรโทนิน…อาจร่วมกับโรคพิษสุราเรื้อรัง ทำให้ n3 (โอเมก้า3) ไม่เพียงพอ ภาวะขาด n3 รุนแรง หรือทำงานกะดึกมากเกินไปแล้ว
       แพ้ท้อง  เป็นสัญญาณสุขภาพที่ดี  มักส่อว่า  เด็กแข็งแรง  ไม่แท้งง่าย  ควรดื่มน้ำสภาวะด่างมากๆ  ผลไม้พวกส้ม  กากใย  เลี่ยงของทอด ของมัน ส่วนใหญ่จะแพ้กลิ่น  3 – 4 เดือนแรก  พบว่าวิตามินบี6 ขนาด 25 มก. 3 เวลา ร่วมกับโคลีนและน้ำมันปลา มีประโยชน์มากทั้งแม่และเด็ก
       แพทย์ทางเลือกแนะนำ ให้ลองกดจุดที่กึ่งกลางข้อมือ ที่ตำแหน่งนิ้วหัวแม่มือเหนือข้อมือ ครั้งละ 10 วินาที ลองทำสัก 5 ครั้ง
       เมารถเมาเรือ นอกจากกดจุดที่ข้อมือแล้ว อาจกินแมกนีเซียม และบี 6  1 ชั่วโมงก่อนเดินทาง
       คันช่องคลอด ส่วนใหญ่มักมาจากการใช้ยาปฏิชีวนะ ทำให้เชื้อราเจริญ มากกว่า Lactobacillus ซึ่งเป็นแบคทีเรียประจำพื้นที่ มักมีอาการตกขาวข้น คัน โดยเฉพาะช่วงก่อนมีเมนส์ เมื่อเกามากก็เป็นผื่นแดง อักเสบ หรือตุ่มน้ำใส ปวดแสบร้อนตอนปัสสาวะ…คำแนะนำเบื้องต้น คือ ดื่มนมเปรี้ยวเพิ่มปริมาณ Lactobacillus หากไม่ดีขึ้นก็ควรเหน็บยาฆ่าเชื้อรา
       กล้ามเนื้อกระตุก อาจขาดแคลเซียม แมกนีเซียม หรือโปแตสเซียม ตลอดจนบีรวม โฟลิค และธาตุเหล็ก
       ปวดกล้ามเนื้อ อาจขาดแคลเซียม แมกนีเซียม วิตามินอี
       ตะคริว  เกิดจากกล้ามเนื้อหดตัว  แล้วไม่คลาย  น่าจะขาดแมกนีเซียม  หรือวิตามินอีได้  ใช้การนวดผ่อนคลายและประคบร้อนช่วย
       ซูบซีดอ่อนเพลีย ลองใช้กระดาษลิตมัสแตะลิ้นดูการเปลี่ยนสี หากเปลี่ยนเป็นสีเหลือง บ่งภาวะน้ำลายเป็นกรด แปลว่าเลือดก็น่าจะมีสภาพกรด…สื่อว่าคุณอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงต่อมะเร็ง หรือกระดูกพรุน หากเหลืองมากคงต้องรีบตรวจขนานใหญ่ เพราะ pH กรด เป็นสัญญาณอันตราย ยิ่งร่วมกับอาการอ่อนอกอ่อนใจ บวมน้ำ ความดันขึ้น นอนไม่หลับ ตาปรอย ปวดศีรษะ อุจจาระแห้งแข็ง ท้องผูกสลับท้องเดิน เจ็บคอ ลิ้นบวม เพดานปากบวม ควรพบแพทย์อย่างยิ่ง ซึ่งหากยังไม่มีโอกาสไปพบแพทย์ สิ่งที่ควรปฏิบัติในภาวะร่างกายเป็นกรด  คือ งดเนื้อ นม ไข่ แป้ง น้ำตาล ไขมัน ชา กาแฟ บุหรี่ น้ำอัดลม ของเค็ม หมักดอง เพราะเพิ่มความเสี่ยง ควรกินผักผลไม้ ที่หวานน้อย ถั่ว น้ำผึ้ง รวมถึงแมกนีเซียม โปแตสเซียมและโอพีซี
ปัสสาวะ
       ปัสสาวะติดขัด  ไม่พุ่ง ต้องเบ่งมาก อาจมีนิ่วในท่อทางเดินปัสสาวะ อักเสบในหญิง ส่วนผู้ชายอาจเป็นภาวะต่อมลูกหมากโต
       ปัสสาวะเป็นฟอง บ่งบอกว่ามีโปรตีนมาก เป็นอาการของท่อปัสสาวะอักเสบ หรือกินไขมัน, โปรตีนล้นเกิน
       ปัสสาวะบ่อยผิดปกติกลางคืน ควรคำนึงถึงไตผิดปกติ หากไม่ใช่ก่อนนอนดื่มน้ำมากเกิน ก็เป็นเพราะไตต้องเร่งขับสารล้นเกินออก เช่น เหล้า กาแฟ สารกระตุ้น
       OAB (Overactive bladder) ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ มักเป็นหลังคลอด ท้องผูก ควรเลี่ยงกาแฟ  แอลกอฮอล์ ผักโขม สตรอเบอรี่ น้ำตาลเทียม สีสังเคราะห์ เสริมด้วยการบริหารการหายใจเข้า + ขมิบ  มีรายงานผู้ใช้แมกนีเซียมกับหลินจือก็ได้ผลดี อีกวิธีช่วยตัวเอง  คือ เอาข้อเท้าถูหน้าแข้งอีกข้าง ก่อนจะถึงมาตรการใช้ยา
       ปัสสาวะตกค้าง ต้องเบาบ่อยๆ หรือกลางคืนต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ แสดงว่ามีอะไรขวางท่อทางเดิน เช่น ต่อมลูกหมากที่โตขึ้น


อุจจาระ
       สี ปกติจะมีสีน้ำตาล จากปฏิกิริยาของน้ำดีที่ปล่อยเข้าสู่สำไส้เล็ก หากขาดน้ำดี อาจจากการที่ตับไม่สร้าง ซึ่งหมายถึงขับ คอเลสเตอรอล ออกมากับน้ำดีได้ไม่ดี หรือท่อน้ำดีอุดตัน นิ่วในท่อน้ำดี อุจจาระจะมีสีซีด
       อุจจาระใหม่ที่มีกากใยไม่ตกค้างมักออกเป็นสายยาวต่อเนื่องกัน และลอยน้ำ หากออกเป็นก้อนๆ เม็ดกระสุนแปลว่าท้องผูกมาก ถูกดูดน้ำออกไปใช้ซ้ำ คือดูดพิษตกค้าง เน่าเสียออกไปด้วย (ดูดเข้าสู่ร่างกาย)
       อุจจาระที่จมน้ำแสดงว่าตกค้างอยู่ในลำไส้นาน หรือมีสารพิษของเสียปะปนอยู่มาก
       ท้องผูก ขาดกากใย ดื่มน้ำไม่พอ
       ผายลมบ่อย จากถั่ว กระถิน ทองหลางมากไป อาหารไม่ย่อย ไฟเบอร์น้อย
ผลตรวจเลือดทั่วไป
       พบเม็ดเลือดขาวต่ำกว่า 4000 น่าจะสุขภาพไม่แข็งแรง ภูมิต้านทานต่ำกว่าพิกัด
       กรณี รู้สึกไม่สบาย ถ้ามี นิวโตรฟิล สูง บ่งถึงอาการติดเชื้อแบคทีเรีย 
       นิวโตรฟิล  ต่ำ บ่งบอกว่าอาจเป็นเชื้อไวรัส
       Eosinophil สูง น่าจะมีพยาธิในร่างกาย เช่น ตัวจี๊ด
       พบว่าคนที่มีระดับคอเลสเตอรอล 200 – 225 มีอายุยืนกว่า ผู้ที่มีระดับ 150 – 200
       คอเลสเตอรอลต่ำ มักสัมพันธ์กับการเป็นมะเร็ง และโรคต่างๆ
       ระดับคอเลสเตอรอลที่ลดลงอย่างรวดเร็ว อาจทำให้คนนั้นคิดฆ่าตัวตายได้
       ตรวจพิเศษเฉพาะโรคเมื่อมีอาการบ่งชี้

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก:mmc.co.th

-------Advertisement----------
-------Advertisement----------