-------Advertisement----------

เมื่อเอาเครื่องผ่า ลูกระเบิดที่ทรงอานุภาพ ข้างใน มีอะไรกันแน่ มาดูกัน

-------Advertisement----------
คำว่า  grenade (กรีเนท) หรือลูกระเบิดมือ   ใช้กันในฝรั่งเศสเมื่อคริสตวรรษที่ 16 ซึ่งตอนนั้นไม่ได้ใช้คำว่า grenade  แต่ใช้เป็นคำว่า grenadier  เป็นคำรวมของคำว่า grenade  กับ คำว่า soldier  ซึ่งแปลว่าทหาร    พอถึงคริสตวรรษที่ 20  มีการทำลูกระเบิดมือกันมากเพื่อใช้ในสงคราม  โดยมีลักษณะคล้ายน้อยหน่า  จึงนำคำว่า grenade  มาใช้ใหม่


            ลูกระเบิดมือที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 1   และครั้งที่ 2 ถูกออกแบบให้ทนทานต่อสภาวะอากาศต่างๆ  เช่นความร้อน ความเย็น เป็นต้น   และจะต้องง่ายต่อการผลิต    ระบบการหน่วงเวลาซึ่งเป็นที่นิยมกันคือระบบทางเมคคานิกส์ หรือทางกล  ดังรูปข้างล่างนี้  ใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1




คำศัพท์ภายในรูปภาพ

Safety Pin   :   สลักนิรภัย          Striker  :   เข็มกระแทก         Filling  Hole  :   รูบรรจุสารระเบิด     Stiker Spring  :  สปริงดันเข็มกระแทก    Explosive Material  :  สารระเบิด     Chemical   Delay  :  สารเคมีหน่วงเวลา    Serrated  Cast  Iron Shell :  เปลือกทำด้วยเหล็กหล่อ     Detonator  :  ตัวจุดระเบิด   Stiker Lever  :   คานงัดเข็มกระแทก

เปลือกภายนอกของลูกระเบิดมือทำด้วยเหล็กหล่อ    ภายในบรรจุสารระเบิด    มีระบบจุดระเบิดโดยใช้เข็มกระแทก    และเจาะรูใส่สารระเบิดด้านบน    การจุดระเบิดเริ่มต้นจากสปริง  ซึ่งจะคอยดันตัวเข็มกระแทกให้พุ่งเข้าหา  Percussion cap  แต่ที่ยังไม่พุ่งลงมาก็เพราะว่า  คานด้านนอกงัดเข็มกระแทกไว้อยู่  โดยมีห่วงสลักนิรภัย คอยดันไม่ให้คานกระดก    เมื่อผู้ใช้ดึงห่วงนิรภัยออก  ขั้นตอนการระเบิดเริ่มต้นขึ้น  ดังต่อไปนี้
เมื่อไม่มีคานยันร่องเข็มด้านบนไว้   สปริงจะดันเข็มให้พุ่งไปที่  Percussion cap (เพอร์คัดชั่นแคป)  โดยหัวเข็มจะกระแทกเข้ากับแคปนี้  เกิดการสปาร์กเล็กๆขี้น

การสปาร์กคือ เกิดประกายไฟขึ้น    ประกายไฟนี้จะไปจุดสารเคมีใต้แคปให้เกิดการเผาไหม้วิ่งไปตามทางโค้งซึ่งจะใช้เวลาประมาณ  4 วินาที  จึงจะไปถึงตัวจุดระเบิด

ตัวจุดระเบิด  ทำเป็นแคปซูลขนาดเล็ก  ภายในบรรจุสารไวไฟ  เมื่อสารเคมีไหม้มาถึง  ตัวจุดระเบิดจะติดไฟและเกิดการระเบิดเล็กๆขึ้น

สารระเบิดรอบๆ เกิดการระเบิดขึ้น  ลูกระเบิดทั้งลูกแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

ถ้าผู้ผลิตต้องการให้เกิดอำนาจการทำลายที่สูง  พวกเขาจะใส่โลหะชิ้นเล็กๆลงไปพร้อมกับสารระเบิด  โลหะชิ้นเล็กๆนี้จะกระจายออกไปทุกทิศทุกทาง  ดังนั้นถ้าการอำนาจการทำลายที่สูงกว่านี้อีก  ก็ให้ใส่  เส้นลวด   ผงโลหะ  หรือสารที่ทำให้เกิดควันพิษ   จะทำให้การระเบิดมีความน่ากลัวกว่าการระเบิดธรรมดาหลายเท่านัก

          ลูกระเบิดแบบหน่วงเวลาโดยรวมแล้วมีประสิทธิภาพมาก  แต่มีข้อด้อยอยู่มากเหมือนกัน    ปัญหาใหญ่ข้อหนึ่งก็คือ    เราไม่สามารถกำหนดเวลาการระเบิดให้มีความแน่นอนได้    เพราะการไหม้ของสารเคมี  ยากที่จะควบคุมให้มีความเสถียรภาพ  ดังนั้นเวลาการไหม้ของสารเคมี  ที่คำนวณกันว่าน่าจะเป็น 4 วินาที อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจาก  2  ถึง  6  วินาที    และยังมีปัญหาใหญ่อีกประการหนึ่งคือ  ขณะที่ผู้ใช้ขว้างลูกระเบิดออกไปที่ศัตรูนั้น   ในช่วงเวลาที่เกิดการหน่วง  และยังไม่มีการระเบิด  ศัตรูมีโอกาสเข้ามาชาร์จถึงตัวได้  หรืออาจจะพอมีเวลาหยิบลูกระเบิดที่ผู้ขว้างไปนั้น ขว้างกลับมาก็เป็นไปได้

         
ด้วยเหตุผลนี้นี่เอง  จึงอาจจะต้องเปลี่ยนการใช้ระเบิดแบบหน่วงเวลาไปเป็นแบบกระแทกแทน    เพราะระเบิดแบบกระแทกนี้  ศัตรูไม่มีโอกาสเลยในการขว้างกลับ  เรามาดูหลักการของลูกระเบิดแบบนี้กัน

ที่มา siamupdate

-------Advertisement----------
-------Advertisement----------