-------Advertisement----------

ตกขาวเรื่องธรรมดา ..ที่ไม่ควรมองข้าม!

-------Advertisement----------
เรื่อง “ตกขาว” เป็นเรื่องผู้หญิงๆ จริงๆ เลยนะคะ โดยปกติแล้วตกขาวเกิดขึ้นจากฮอร์โมน มักเกิดขึ้นได้บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นก่อนและหลังมีประจำเดือน หลั่งออกมาในเวลาร่วมเพศ เวลาที่มีการตื่นตัว และยังมีอีกหลายสาเหตุ แต่ตกขาวที่ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมชาติ อาจไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดาๆ เท่านั้น ยังสามารถแสดงสัญญานความผิดปกติของร่างกาย หรือก่อให้เกิดโรคร้ายได้ สาวๆ ทุกคน มาทำความเข้าใจเรื่องตกขาวกับ กันค่ะ


→ ตกขาวปกติเป็นอย่างไร
    การตกขาวที่ปกตินั้นจะมีลักษณะเป็นเมือกขาว ขุ่นๆ หรือมีกลิ่นเปรี้ยวบ้างเพียงเล็กน้อย และจะไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีอาการคันหรือไม่มีอาการแสบใดๆ ยกตัวอย่างเช่น ช่วงกึ่งกลางรอบประจำเดือนของคุณผู้หญิง ซึงเป็นช่วงเวลาที่มีฮอร์โมนสูงมาก และตกขาวนั้นก็จะมีลักษณะที่ค่อนข้างเหลวและใสๆ มีปริมาณที่เยอะมาก แต่ถ้าตกขาวในระยะอื่นๆ ก็จะมีสีขาวขุ่นๆ คล้ายกับแป้งเปียก ตกขาวมีส่วนช่วยให้เซลล์ในช่องคลอดสมบูรณ์ และช่วยป้องกันการรุกรานของเชื้อโรคและเชื้อรา ที่จะทำให้เกิดความผิดปกติ


→ ตกขาวผิดปกติเป็นอย่างไร
    ตกขาวที่ผิดปกติมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป จากสาเหตุใหญ่ 2 ประเภทคือ สาเหตุมาจากการติดเชื้อ และสาเหตุจากการไม่ติดเชื้อ


1) สาเหตุจากการติดเชื้อ
ตกขาวที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ จะมีบางชนิดที่มีลักษณะที่ค่อนข้างเฉพาะตัว ลักษณะดังนี้ค่ะ
    – เชื้อรา ตกขาวจะมีสีเหลืองหรือสีขาว ลักษณะเป็นก้อนเล็กๆ มีกลิ่นคล้ายกับนมบูด และกลิ่นเหม็นอับ เวลาปัสสาวะออกมาจะมีอาการแสบคันในบางคนนั้นมีอาการรุนแรงมากและคันมากจนถึงบริเวณขาหนีบและแสบแดง
> สาเหตุการใช้ยาปฏิชีวนะ หรือไม่ก็ผู้ป่วยมีภูมิต้านทานต่ำ เช่น ผู้ป่วยที่ใช้ยาที่มีฤทธิ์กดภูมิต้านทาน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน แต่ถ้าตกขาวเป็นสีเขียวปนสีเหลือง มีกลิ่นเหม็นและเป็นฟอง มีอาการคันอาจจะเป็นโรคพยาธิในช่องคลอดก้ได้
    – เชื้อแบคทีเรีย  ตกขาวมักจะมีสีเหลืองหรือเหลืองปนเขียว จะมีอาการคันในบางรายเท่านั้น เชื้อชนิดอื่นอาจเกิดตกขาวที่มีกลิ่นคาวหลังการมีเพศสัมพันธ์
> สาเหตุมาจากโรคหนองใน จึงทำให้ตกขาวมีสีเหลืองจัด และปัสสาวะจะมีอาการแสบคันและทรมาน
    – เชื้อไวรัส ตกขาวที่เกิดจากเชื้อไวรัส ไม่เห็นอาการได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างของโรคกลุ่มนี้คือ โรคเริ่มเป็นโรคที่ไม่หายขาด จะมีลักษณะเป็นตุ่มใสๆ มีขนาดเล็ก และจะแตกเป็นแผลทำให้แสบ มีกลิ่นผิดปกติตกขาวมีสีเหลือง และจะปรากฏอาการที่ผิดปกติในครั้งแรกเกิดที่การติดเชื้อ
> เป็นเชื้อโรคที่ติดต่อมาจากการมีเพศสัมพันธ์
    – เชื้อจากพยาธิในช่องคลอด ตกขาวมักจะมีสีเหลือง บางครั้งเป็นฟอง อาจจะมีกลิ่นเปรี้ยวเล็กน้อยและมีอาการแสบคันบริเวณช่องคลอด และอาจจะทำให้เป็นมะเร็งช่องคลอดหรือเนื้องอกในช่องคลอดและมะเร็งปากมดลูกก็เป็นไปได้ และในวัยเด็กนั้นมักจะพบเชื้อแบคทีเรียต่างๆ จึงทำให้อวัยวะเพศเกิดอาการอักเสบ
> เป็นโรคที่ติดต่อจากเชื้อพยาธิ เชื้อหนอง เชื้อไวรัสและเชื้อรา มีสาเหตุมาจากเชื้อชนิดหนึ่งที่เป็นโรคติดต่อมาจากการมีเพศสัมพันธ์ หรือเกิดในผู้หญิงในวัยที่หมดประจำเดือนแล้ว เพราะในวัยที่หมดประจำเดือนนั้นด้วยฮอร์โมนที่ลดลงจึงทำให้เยื่อบุช่องคลอดจะบางลง ที่ติดเชื้อได้ง่ายเพราะมีภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อต่ำจึงเกิดการอักเสบได้ง่าย สำหรับบางคนก็เกิดแผลเนื่องจากสิ่งแปลกปลอมบางอย่างในช่องคลอด เช่น กระดาษชำระ ผ้าอนามัยแบบสอด สำลี หรืออุปกรณ์ทางเพศ
    – ความอับชื้น ถ้ายิ่งอับ เชื้อราก็จะเกิดได้ง่าย ถ้าใช้น้ำยาทำความสะอาดทุกๆ ครั้งก็จะสะอาดเกินไป ก็จะทำให้เชื้อโรคที่ดีในช่องคลอดนั้นถูกทำลายไป ฉะนั้นแล้วก็ไม่อาวุธที่สามารถต่อสู้กับเชื้อราจึงเป็นเหตุให้เกิดเชื้อรา
    – ผ้าอนามัย การใช้โดยที่ไม่มีการเปลี่ยนตลอดทั้งวันหรือใส่ในระยะเวลานานๆ เพราะผ้าอนามัยทำให้เกิดความอับชื้น และมีการแนะนำจากคุณหมอว่า ไม่ควรใส่ผ้าอนามัยจะดีกว่าถ้าหากว่าไม่ได้อยู่ในช่วงที่มีประจำเดือน เพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย
    – การใช้ยาปฏิชีวนะ เพราะบางคนเป็นสิวเรื้อรังหรือบางคนก็เป็นหวัดเรื้อรัง จึงต้องกินยารักษาอย่างต่อเนื่อง และตัวที่จะไปทำรายเชื้อแบคทีเรียหรือแลคโตบาซิลัส ที่ทำหน้าที่ฆ่าเชื้อราที่อยู่ในช่องคลอด ก็คือยาปฏิชีวนะที่กินลงไป และยังทำให้เกิดอาการที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆ อีกด้วย เพราะฉะนั้นแล้วถ้าไม่มีความจำเป็นจริงๆ ไม่ควรกินยาติดต่อกันเป็นเวลานานๆ

2) สาเหตุจากการไม่ติดเชื้อ
ส่วนใหญ่ตกขาวมักจะมีสีเหลือง บางครั้งเป็นฟอง อาจจะมีกลิ่นเปรี้ยวเล็กน้อยและมีอาการแสบคันบริเวณช่องคลอด และอาจจะทำให้เป็นมะเร็งช่องคลอดหรือเนื้องอกในช่องคลอดและมะเร็งปากมดลูกก็เป็นไปได้
>> เกิดจากการใช้สบู่ล้างจุดซ่อนเร้นบ่อยๆ ครั้งเพราะว่าสารจากสบู่จะเป็นตัวที่ไปฆ่าแบคทีเรียชนิดดี ที่สามารถช่วยรักษาจุดซ่อนเร้นของเราตายไปจนหมด จึงเป็นเหตุที่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายและมีกลิ่นที่รุนแรงมากขึ้น หรือเกิดจากมีสิ่งแปลกปลอมบางอย่างในช่องคลอด เช่น กระดาษชำระ ผ้าอนามัยแบบสอด สำลี หรืออุปกรณ์ทางเพศ เพราะตอนมีเพศสัมพันธ์นั้นใส่สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ไว้ในช่องคลอด



→ อันตรายจากตกขาวผิดปกติ
    1. โรคมะเร็งในรายของคนที่มีตกขาวผิดปกติ คนที่แต่งงานตั้งแต่อายุน้อย และตกขาวปนเลือดด้วย อาจเกิดเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ หรือบางคนอาจมีเชื้อไวรัส HPVหรือเป็นหูดได้
    2. ไม่มีฮอร์โมน ผู้หญิงที่ถูกตัดมดลูกและรังไข่ไปอาจทำให้ตกขาวผิดปกติ ในแง่ที่แห้ง ไม่มีทั้งตกขาวและน้ำหล่อลื่นทำให้เกิดอาการเจ็บคันได้ ให้สังเกตจากปริมาณตกขาวที่เปลี่ยนไปและอาการคันแห้งผิดปกติ ควรเข้าพบแพทย์
    3. ท่อปัสสาวะอักเสบอาการทางเดินปัสสาวะอักเสบเข้ามาร่วมด้วยได้ เกิดจากตกขาว เพราะถ้าเป็นตกขาวติดเชื้อจะมีการปนเปื้อนในท่อปัสสาวะที่อยู่ใกล้ๆ ได้ คือจะมีทั้งตกขาวและปัสสาวะบ่อยทีละน้อยเหมือนไม่สุด
    4. พยาธิเดินไช ในตกขาวมีได้ทั้งเชื้อรา, แบคทีเรียและพยาธิ โดยชนิดที่พบก็คือ “ทริโคโมแนส(Trichomonas)” ทำให้ตกขาวมีฟอง มีกลิ่นและคันภายใน
    5. ตั้งครรภ์ ในคุณแม่ตั้งครรภ์จะมีตกขาวได้เป็นเรื่องธรรมดา ตราบใดที่ตกขาวนั้นยังไม่คัน มีกลิ่นอับหรือสีเปลี่ยนเป็น เขียวๆเหลืองๆแดงๆ ฉะนั้นการตกขาวที่ประจำเดือนไม่มาหรือมาผิดปกติก็ขอให้ท่านนึกถึงการตั้งครรภ์เอาไว้ด้วย
    6. ใส่กางเกงฟิต การใส่เสื้อผ้ารัดแน่น โดยเฉพาะกางเกงยีนฟิตๆ หรือกระโปรงเอวต่ำไปทำให้ภายในอับจนตกขาวออกมาได้
    7. ความเครียด ตลอดจนความเหนื่อยล้า นอนดึกตลอด ร่างกายไม่ได้พัก จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดตกขาวผิดปกติได้ บางทีเป็นเชื้อง่ายๆ อย่างยีสต์ธรรมดา แต่ว่าก็สร้างความรำคาญให้ได้ไม่น้อย
    8. ทานของหมักดอง การรับประทานอาหารจำพวกหมักดองต้องลดลงบ้าง เพราะในอาหารหมักดองและซีฟู้ดส์มีสารเคมีกระตุ้นตกขาวเกิดปฏิกิริยาอักเสบระคายเคืองในร่างกาย สาวๆ ที่มีตกขาวลองสังเกตดูว่าเกิดหลังจากกินส้มตำปลาร้าหรือว่าผลไม้ดองหรือเปล่า
    9. เพศสัมพันธ์ เป็นเหตุหลักประการหนึ่งของตกขาว หากเกิดมีตกขาวผิดปกติก็อาจเกิดจากโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้ และควรตรวจเพื่อความมั่นใจ หากเกิดการตกขาวนั้นแล้วควรเลี่ยงเพศสัมพันธ์ไว้ก่อน



→ การรักษา
การใช้ยาในการรักษา
– ยาเหน็บช่องคลอด
   วิธีใช้คือสอดเข้าไปในช่องคลอด ให้ใช้ร่วมกับยาทา จะทำให้อาการตกขาวหายเร็วกว่าการรักษาด้วยการกินยาเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยาเหน็บยังเป็นสมุนไพรด้วย และต้องระวังตกขาวที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ด้วย อาจจะทำให้คุณติดเชื้อได้
– การกินยาปฏิชีวนะ
  เป็นการรักษาอาการตกขาว และฆ่าเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อ หรือเพื่อลดปริมาณเชื้อโรคลง ให้ร่างกายของเรานั้นเข้าสู่สภาวะปกติ โดยยานี้สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป
*** ก่อนใช้ยาทุกชนิดนั้น คุณควรเข้ารับการวินิจฉัยและรับยาจากแพทย์เท่านั้น ไม่ควรซื้อยาใช้และรับประทานเอง


→ การป้องกันการเป็นตกขาว
    – ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานๆ ถ้าหากไม่มีความจำเป็น
    – ควรรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ ปรุงสดใหม่และมีคุณภาพ ดื่มน้ำให้เยอะๆ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอและที่สำคัญต้องพักผ่อนให้เพียงพอ
    – ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
    – ไม่ควรใส่กางกางที่มีขนาดเล็ก รัดเกินไป
    – ต้องดูแลจุดซ่อนเร้นให้แห้งอยู่เสมอ และอย่าให้อับชื้น
    – หลังอุจจาระ ปัสสาวะ ให้เช็ดก้นจากหน้าไปหลัง
    – ไม่ควรสวนล้างช่องคลอดเพราะช่องคลอดสะอาดอยู่แล้ว
    – ทานยาคูลท์ เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดีให้กับร่างกายและเข้าไปทำลายแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นคาว
    – สวมกางเกงชั้นในที่นุ่ม สะอาด ใส่สบายและต้องไม่อับชื้นด้วย เมื่อคุณมีประจำเดือนให้เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ ครั้ง
    – หลีกเลี่ยงสิ่งของหรือสารเคมีที่ทำให้คุณแพ้ เช่น สบู่ น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำหอม หรือสารในถุงยางอนามัย ผ้าอนามัย

     นอกจากนี้คุณผู้หญิงควรหมั่นสังเกต หากพบว่าตกขาวผิดปกติไปจากเดิม ก็ควรระวังและหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร และทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง และไม่ควรซื้อยามาใช้เองไม่ว่าจะเป็นยาเหน็บ ยาทา หรือยารับประทาน และที่สำคัญคือการรักษาสุขอนามัยตรงจุดซ่อนเร้นอย่างพิเศษ ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพื่อความปลอดภัย และเป็นการป้องกันได้ดีเยี่ยมอีกทางหนึ่งค่ะ

เรียบเรียงเนื้อหาโดย : Kaijeaw.com


-------Advertisement----------
-------Advertisement----------