-------Advertisement----------

ไขข้อสงสัย ?? ตกลง อาหารหมดอายุ กินต่อได้ไหม หรือต้องทิ้ง ??

-------Advertisement----------
สำหรับอาหารที่บังคับใช้คำว่า "ควรบริโภคก่อน" โดยทั่วไปตามประกาศเป็นอาหารพร้อมบริโภค เช่น ขนม เครื่องดื่ม ซึ่งคำนิยาม คืออาหารที่สามารถทานต่อได้ในระยะหนึ่งหลังจากถึงวันที่ระบุแล้ว ไม่เป็นอันตราย แต่มีรสชาติที่ผิดเพี้ยนไป รวมทั้งคุณค่าทางโภชนาการลดน้อยลง ดังนั้นขึ้นอยู่กับผู้บริโภคที่ต้องพิจารณาด้วยตัวเองว่าควรจะเก็บไว้อีกนานเท่าใด ส่วนคำว่า "หมดอายุ" เป็นประกาศเฉพาะอาหารที่บังคับใช้ ได้แก่ อาหารประเภทนมดัดแปลงสำหรับทารก ซึ่งคำนิยาม คือหลังจากวันที่ระบุแล้วห้ามรับประทาน เพราะอาจเป็นอันตราย


     อย่างไรก็ตามหากพบอาหารทั้ง 2 กลุ่มนี้วางขายอยู่บนชั้นวางทั้งๆ ที่เลยวันที่ระบุบนฉลากมาแล้วถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท

     ทั้งนี้จากกระแสที่ว่า "อาหารหมดอายุแล้วยังกินต่อได้" เป็นคำพูดสั้นๆ ที่เผยแพร่ทั้งทางสื่อโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ หรือกระแสข่าวต่างประเทศเปิดร้านขายอาหารหมดอายุเพื่อลดปริมาณอาหารขยะนั้น บางครั้งอาจส่งผลให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดคิดว่าการรับประทานอาหารหมดอายุไม่เป็นอันตราย ดังนั้นอย่าปักใจเชื่อ ควรศึกษาหรืออ่านคำขยายความให้จบเสียก่อน

     อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษาสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ไขปัญหา "อาหารหมดอายุ" ว่าอาหารที่ถูกเก็บอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นสูญญากาศ เช่น นม และอาหารกระป๋องต่างๆ การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งเป็นตัวการทำให้อาหารบูดเน่าไม่ค่อยเกิด เราจึงเห็นว่าหารประเภทนี้มีวันหมดอายุที่ยาวนาน1-2 ปี แต่ถ้าหมดอายุแล้วมักมีคำถามตามว่า "สามารถกินต่อได้หรือไม่" ซึ่งจุดสำคัญ คือเราไม่รับประกันว่ากล่องนม หรือกระป๋องที่เก็บไว้นานๆ นั้นจะโดนแสงแดด ความร้อน หรือถูกกระแทกจนแตกหรือไม่ เพราะหากมีรอยแตกจะทำให้เชื้อจุลินทรีย์เข้าไปได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของรสชาติ กลิ่นของอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงคุณค่าทางโภชนาการที่ลดน้อยลง จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมต้องมีการกำหนดวันที่ "ควรบริโภคก่อน"



     ส่วนอาหารประเภท "ขนมปัง" เป็นอีกกลุ่มที่ผู้บริโภคสงสัยกันมากว่า "หากหมดอายุแล้วสามารถรับประทานต่อได้หรือไม่" ตรงนี้ต้องดูว่าการเก็บรักษาดีหรือไม่ หากเก็บในอุณภูมิห้องอยู่ได้นาน 2-5 วัน และเก็บในตู้เย็นจะอยู่ได้นานประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ขึ้นอยู่กับปริมาณการใส่สารกันบูดของขนมปังชนิดนั้นด้วย บางคนคิดว่าถึงแม้จะหมดอายุไปแล้ว 1-2 วัน แต่สภาพยังดูดีอยู่ เพราะ "เชื้อราเป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น" จึงหยวนๆ รับประทานไป ซึ่งเราอาจไม่เป็นอะไรเลย แต่ถ้าปฏิบัติแบบนี้บ่อยๆ พวก "เชื้อรา" ทั้งหลายที่มันเข้าไปสะสมในร่างกาย อาจจะเกิดผลในระยะยาวได้ จึงไม่ควรเสี่ยงกินและตัดใจทิ้งไปเสียดีกว่า



     ต่อมา "ไข่ไก่" ถ้าซื้อมาแล้วสามารถเก็บได้ 2 ที่ คืออุณหภูมิห้องเก็บได้นาน 1-2 สัปดาห์ และในตู้เย็นเก็บได้นาน 3-5 สัปดาห์ หากเกินจากนี้ไข่ไก่จะไม่บูดเหมือนอาหารกระป๋อง และสามารถนำมาปรุงอาหารรับประทานได้ แต่จะไม่สดไม่หอม ไม่อร่อย และคุณค่าทางโภชนาการลดน้อยลง ดังนั้นไม่ควรซื้อมาตุนไว้เยอะๆ และกลุ่มสุดท้าย "ซีเรียล" เป็นธัญพืช มีคาร์โบไฮเดรตคล้ายกลุ่มขนมปัง เวลาเปิดกล่องรับประทานแล้วต้องมั่นใจว่าสามารถทานหมดภายใน 1-2 สัปดาห์ เพราะเมื่อเปิดกล่องแล้วเชื้อจุลินทรีย์จะเข้าไปทำให้เกิดเชื้อรา และมีรสชาติเปลี่ยน รวมทั้งมีกลิ่นหืน

     ดังนั้นในมุมมองของนักโภชนาการไม่แนะนำให้รับประทาน "อาหารที่หมดอายุ" แล้ว แต่จะแนะนำให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย 3 วิธีคือ 1.ก่อนซื้ออาหารทุกครั้งต้องอ่านฉลาก "วันหมดอายุ" หรือฉลาก "ควรบริโภคก่อน" 2.วางแผนการซื้ออาหารในปริมาณที่เราสามารถบริโภคหมดก่อนวันที่ฉลากกำหนด เช่น ซื้อตุนไว้แค่ 1-2 สัปดาห์ และ 3.พยายามนำอาหารที่ซื้อเก็บไว้มาตรวจเช็คฉลากว่าใกล้หมดอายุหรือยัง หากใกล้หมดแล้วควรรีบนำมาปรุงรับประทานก่อนที่จะหมดอายุ ถ้าเราปฏิบัติได้ตามนี้จะเป็นการ "ไม่เพิ่มขยะอาหาร" และ "ปลอดภัยต่อสุขภาพ" นั่นเอง

     ในช่วงอากาศร้อนจัดแบบนี้ จะเลือกรับประทานอะไร ก็ขอให้เลือกดูให้ดีก่อน จะได้ไม่เสี่ยงกับการเกิดอาการท้องร่วง เป็นผลเสียต่อสุขภาพ

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : voicetv.co.th

-------Advertisement----------
-------Advertisement----------