-------Advertisement----------

ช่วยชีวิต “มือถือเปียกน้ำ” อย่างไรให้ถูกต้อง กับข้อมูลที่คนมักเข้าใจผิด อย่าทำแบบนี้เด็ดขาด!

-------Advertisement----------
สงกรานต์ปีนี้เป็นอีกปีที่เราจะได้ร่วมเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ไทยด้วยกัน ซึ่งเทศกาลสงกรานต์ก็ย่อมขาดการเล่นสาดน้ำไปไม่ได้เลย หลายคนก็อาจเกิดปัญหาโทรศัพท์มือถือเปียกน้ำได้เพราะไม่ได้เตรียมตัวไว้ก่อน ซึ่งถ้าดูแลมือถือเปียกน้ำไม่ถูกวิธี มือถือของคุณก็อาจจะสิ้นชีพไปได้เลย ดังนั้น เรามาดูวิธีการแก้ไขเมื่อมือถือเปียกน้ำด้วยวิธีที่ถูกต้องกันเลยดีกว่า หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจริงจะได้แก้ไขได้ทัน



1. อย่าปิด-เปิดเครื่องและอย่าทำการชาร์จไฟเด็ดขาด!
เมื่อมือถือหรือสมาร์ทโฟนของคุณเปียกน้ำ อย่ากดปุ่มเปิดเครื่อง และอย่าทำการชาร์จไฟโดยทันทีเด็ดขาด เพราะการพยายามเปิดๆ ปิดๆ มือถือที่เปียกน้ำ หรือชาร์ตไฟเข้าไป จะยิ่งทำให้เครื่องของคุณมีโอกาสเกิดไฟฟ้าช็อตได้ ซึ่งนั่นจะยิ่งทำให้เครื่องเสียหายหนักเข้าไปอีก


2. อย่าใช้ไดร์เป่าผมลมร้อน
ที่ห้ามไม่ให้ใช้ไดร์เป่าผมลมร้อนก็เพราะความร้อนอาจสร้างความเสียหายให้กับมือถือได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถใช้ไดร์เป่าผมไล่น้ำออกจากมือถือได้ แต่ต้องเป็น “โหมดลมเย็น” เท่านั้น เพื่อป้องกันความเสียหายของชิ้นส่วนต่างๆ ที่จะถูกความร้อนจากไดร์

3. อย่าใช้วิธีตากแดด
แดดเมืองไทยร้อนเหลือหลายขนาดนี้ แม้ว่าการตากแดดจะเป็นวิธีที่ประหยัด ก็ไม่ควรเอาไปตากแดดอยู่ดีนะคะ เดี๋ยวมือถือจะละลายเสียหมด

4. ใช้ข้าวสารดูดความชื้นได้


วิธีพื้นบ้านนี้ใช้ได้อย่างแน่นอน  เพราะข้าวสารมีคุณสมบัติเป็นสารดูดความชื้นที่ดีสุดๆ แต่ก่อนที่จะเอามือถือลงไป ควรตักแบ่งข้าวสารออกมาก่อนสักกล่องหนึ่ง เพราะหากคุณนำมือถือมาแช่กับข้าวสารแล้ว อาจจะทำให้มีสารพิษจากมือถือปะปนลงไปกับข้าวได้ ซึ่งข้าวส่วนนี้อาจซับความชื้นของมือถือและมีอันตรายปะปนมาได้ ดังนั้น หากนำไปแช่ในถังข้าวสารแล้ว ก็ควรทิ้งข้าวส่วนนั้นทิ้งไปเลย

5. อย่าใช้ไมโครเวฟไล่น้ำ?
วิธีนี้ผิดมหันต์ ห้ามนำมือถือเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด แม้ว่าอุปกรณ์นี้จะทำให้มือถือแห้งได้เร็วเท่าไรก็ตาม

สุดท้าย…หากเกิดเหตุการณ์ที่มือถือของคุณเปียกน้ำ แม้ว่ามือถือจะแห้งสนิทแล้วก็ตาม แนะนำให้นำมือถือส่งไปที่ศูนย์บริการหรือที่ช่างซ่อมมือถือที่เชี่ยวชาญ เพื่อทำการตรวจไล่ความชื้นภายในและกำจัดสนิมอีกครั้งเสียก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าโทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ทโฟนของคุณ จะสามารถกลับมาทำงานได้ปกติจริงๆ ด้วยความปรารถนาดีค่ะ

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก thairath.co.th และ it24hrs.com

-------Advertisement----------
-------Advertisement----------