-------Advertisement----------

‘พิมพ์’สุดดีใจหายมะเร็ง-เชื่อปาฏิหาริย์ ผมเริ่มขึ้น-มองความตายใกล้นิดเดียว

-------Advertisement----------
 วันที่ 18 เม.ย. ที่จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ สตูดิโอ นักร้องนักแสดงสาว พิมพ์-พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร กล่าวเปิดใจหลังหายจากอาการป่วยโรคมะเร็งรังไข่ โดยเข้าทำคีโมครบตามกำหนด 6 ครั้ง ผลเลือดเป็นปกติ



โดย พิมพ์ เผยว่า “ดีใจมากค่ะ ในทางการแพทย์คุณหมอบอกว่า มันไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกพวกโรคภัยไข้เจ็บมาแล้วก็ไปเดี๋ยวเขาก็จะมาได้อีก ตอนนี้พิมพ์รักษาครบขั้นตอนทุกอย่างที่ควรจะทำ ผลเลือดที่ตรวจออกมาในวันนี้ คุณหมอก็แสดงความยินดีว่าเราหายเป็นปกติแล้ว ความรู้สึกแรกที่ทราบผลกับคุณหมอดีใจมาก บอกไม่ถูกเลย คือยิ้มมาจากนิ้วเท้า จนมาถึงปากเลย เราก็ลุ้นทุกครั้งที่ไปตรวจเลือด ถ้าเลือดไม่ค่อยดีเม็ดเลือดขาวต่ำ เราก็ต้องโดนฉีดยาแล้วมันเจ็บมาก ทุกครั้งก็จะลุ้นว่าขอให้ไม่โดนฉีดยา แต่คราวนี้ผลออกมาดีกว่านั้น คุณหมอบอกว่าผลเลือดดีมาก น้องพิมพ์หายเป็นปกติแล้ว”

 บอกใครเป็นคนแรก?
 “อยู่กับคุณแม่ค่ะ คุณแม่ทราบเป็นคนแรก ดีใจพอๆ กันเชื่อว่าคุณแม่ก็ยิ้มมาจากนิ้วเท้าเหมือนกัน มันตื่นเต้นจนเลือดสูบฉีดขึ้นมาจนหน้าแดงไปหมดเลย”

 คุณหมออธิบายให้ฟังมั้ยว่ามันหายเพราะอะไร?
 “อย่างที่พิมพ์เล่าให้ฟังตั้งแต่ต้น พิมพ์ยังไม่ทันได้มีอาการเจ็บป่วยกับโรคนี้ เพราะเราบังเอิญเจอเร็ว พอเจอเร็วก็รักษาได้ รักษาด้วยกระบวนการที่เขาได้วิเคราะห์วินิจฉัยแล้วว่ามันต้องทำการคีโม 6 ครั้ง ตอนนั้นเราก็รู้สึกว่าเรายังไม่ทันเป็นอะไรเลย ทำไมเราต้องทำอะไรรุนแรงขนาดนี้ แต่ด้วยโรคนี้ เขาก็จะมีการรักษาด้วยขั้นตอนของเขา ตามที่สมควรจะทำ พอทำครบหมดแล้ว เจอชุดใหญ่ขนาดนี้ก็สมควรต้องหาย”


 หลังจากนี้ต้องไปหาหมออีกมั้ย?
 “ตอนนี้ไปพบคุณหมออยู่เรื่อยๆ หลังจากนี้คุณหมอก็บอกให้พิมกลับไปใช้ชีวิตปกติอาจจะต้องดูแลตัวเองเรื่องการรับประทานอาหาร คุณหมอไม่อยากให้เราสุดโต่งไม่ใช่ว่าซ้ายสุดขวาสุด ให้เราเดินสายกลาง บาลานซ์ตัวเองให้ได้ ก็ต้องไปพบคุณหมอตลอด หลังจากนี้ก็จะห่างออกเรื่อยๆ หลังจากให้เข็มสุดท้าย สองอาทิตย์ครั้งหนึ่ง ต่อไปอาจจะเดือนละครั้ง ผลเลือดเป็นที่น่าพอใจเรื่อยๆก็จะเป็นสองสามเดือนครั้งก็ค่อยว่ากันอีกที”

 หลังจากผ่านมาได้ มีมุมมองอะไรในการใช้ชีวิตบ้าง?
 “ได้เยอะเลยค่ะ วิธีคิดมุมมองอะไรต่างๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าพอป่วยแล้วจะเป็นคนดีขึ้น เราก็ยังเป็นเราเหมือนเดิม เพียงแต่เวลาคิดจะทำอะไรมันมีวิธีคิดที่แปลกใหม่ขึ้นมาบ้าง”


 หลังจากนี้วางเป้าหมายในอนาคตของชีวิตตัวเองไว้ยังไง?
 “ขอให้ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บหนักๆ แบบนี้อีกแล้ว หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น ส่วนอื่นๆ ก็ยังไม่ได้วางแผนอนาคตไกลๆ มาก เพราะตอนนี้อยากมีความสุขทุกวันแบบนี้ ทำในสิ่งที่เราแฮปปี้ที่จะทำและมีประโยชน์กับสังคมได้บ้างที่เราสามารถจะช่วยได้ พิมพ์ก็อยากจะช่วย”

 ทำให้เข้าใจโลก เข้าใจชีวิตมากขึ้นไหม?
 “เข้าใจว่าความตายมันใกล้เรานิดเดียวเองค่ะ ถึงแม้จะไม่มีใครไม่เจ็บไม่ป่วย ไม่เจอวันนี้ก็เจอวันหน้า ไม่เจอน้อยก็เจอมาก มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนต้องเจอ ฉะนั้นพิมพ์ก็แค่รู้สึกว่าเจ็บป่วย พอเกิดแก่ เริ่มเจ็บ มันก็จะมีวันที่เราจะต้องตาย ก็รู้สึกว่าการใช้ชีวิตเข้าใกล้ความตายขึ้นทุกวัน มันทำให้เราอยากอยู่บนโลกนี้อย่างมีประโยชน์ค่ะ อยากอยู่อย่างมีความสุขทุกวัน

 ทุกวันนี้เราเคานต์ดาวน์ชีวิตตัวเองนะคะว่าเมื่อไหร่ถึงวันที่เราจะตาย เรารู้สึกว่าวันที่เหลือเราจะใช้ชีวิตอย่างเปล่าประโยชน์ไปเรื่อยๆ อย่างที่ผ่านมาไม่ได้ แต่ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างเปล่าประโยชน์นะคะ ก็มีประโยชน์บ้าง (ยิ้ม) หมายถึงว่าจากวันนี้ก็อาจจะคิดเรื่องนี้มากขึ้นค่ะ”

 กำลังใจจากคนรอบข้างเป็นไงบ้าง?
 “เยอะมาก อย่างวันนี้พิมพ์ก็ตกใจมากที่ทุกคนให้ความสนใจและเป็นห่วงเป็นใย ถามไถ่อาการพิมพ์ตลอด ซึ่งพิมพ์พูดเลยว่าเป็นส่วนใหญ่ที่ทำให้พิมพ์หาย มีกำลังใจ มีแรงใจที่จะคิดบวก มีแรงใจที่จะมองเห็นโลกนี้มันน่าอยู่มากขึ้น มีแรงพอที่จะไปช่วยเหลือคนอื่นได้ด้วย เหมือนเราได้จากทุกคนมาเยอะมากค่ะ พอมันมีล้นก็อยากแบ่งให้คนอื่น ต้องขอบคุณมากๆ เลยสำหรับกำลังใจซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดจริงๆ ค่ะ”

คนมองว่าเราเป็นไอดอลในการต่อสู้โรค?
 “อยากเล่าให้ฟังว่ามีโอกาสได้ไปเยี่ยมผู้ป่วยค่ะ ได้เห็นคนหลายๆ รุ่น หลายๆ วัย เรื่องของเราเล็กนิดเดียวจริงๆ มีคนที่เขาเป็นนักสู้กว่าพิมพ์เยอะมากค่ะ เขาแค่ไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้ เขาไม่ได้เป็นคนที่ออกสื่อเหมือนพิมพ์ แต่พิมพ์จะบอกว่าเขาเก่งกว่าพิมพ์เยอะมาก เขาอยู่กับมันมาเป็นสิบๆ ปี ให้คีโมมา 20-30 รอบ หรือเผชิญกับโรคนี้มานาน


ฉะนั้นมีคนในโลกนี้อีกมากที่เข้มแข็งและแข็งแกร่งกว่าพิมพ์เยอะ แต่วันนี้พิมพ์แค่เป็นส่วนเล็กๆ เรามีโอกาสได้เป็นตัวแทนออกมาพูด บอกเล่าสิ่งที่เราเจอมา เป็นกำลังใจให้คนหลายๆ คน เท่าก็เป็นประโยชน์แล้ว ถือว่ามีบุญแล้วที่เราเจ็บป่วยและได้เอาเรื่องราวของเรามาบอกเล่าคนอื่นค่ะ”

 หลังจากนี้จะไปเป็นอาสาสมัครหน่วยงานไหม?
 “ก็ยินดีทุกอย่างที่สามารถทำได้ อะไรที่พิมพ์สามารถช่วยเหลือได้และเป็นประโยชน์จริงๆ เราสามารถไปได้ก็ไปเลยค่ะ”

 ตอนนี้ผมเริ่มขึ้นรึยัง?
 “เริ่มขึ้นแล้ว คนสนใจเรื่องนี้มาก (ยิ้ม) ผมนุ่ม น่ารักมาก เป็นเหมือนขนแมวเลยค่ะ คิ้วเริ่มฟู ดีใจมาก ตื่นมาอยู่ดีๆ มันก็ขึ้น คือมันก็กระทบ อย่างที่คุณหมอแจ้งว่ามันทำลายเซลล์ที่มันแบ่งตัวเร็ว พิมพ์ก็สงสัยไปอีกว่าในเมื่อทำลายผม ผมขึ้นใหม่ ทำลายมะเร็ง มะเร็งจะมาใหม่มั้ยคะหมอ (หัวเราะ) คุณหมอก็บอกว่านี่คือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของการทำคีโม คือขนจะขึ้นใหม่ แต่เซลล์ที่เราฆ่าไปแล้วตายแล้วตายเลย แต่ว่าเรื่องใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเราไม่รู้นะคะ”


แล้วเรื่องงานล่ะ?
 “ก็คิดถึง อยากทำงานทุกอย่างเพราะหยุดไปนาน อยากทำอะไรก็ได้ที่สามารถทำได้ ไม่ได้เป็นภาระใคร ถ้าทีมงานเข้าใจ และอยากให้เราไปทำอะไรพิมพ์ก็อยากทำค่ะ ก็พร้อมมากเลย ไฟแรง (หัวเราะ)”

 เชื่อคำว่าปาฏิหาริย์ไหม?
 “เชื่อสิ คำว่าปาฏิหาริย์อยู่ที่ตัวเราด้วยนะคะ พิมพ์รู้สึกว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นจากทุกอย่างที่กำหนดไว้แล้ว ในทางพระพุทธศาสนาก็คงเป็นกรรมดีกรรมไม่ดีที่เราเคยทำมา ก็ส่งผลกับชีวิตเราทั้งหมดค่ะ ถึงแม้ว่าวันนี้ถ้าจะเรียกว่าเป็นปาฏิหาริย์ก็คงจะเป็นคำที่ไม่ได้ขี้เหร่ที่จะใช้ แต่ว่าทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา อยู่ที่การดูแลของเรา การใช้ชีวิตค่ะ”

 อยากให้กำลังใจผู้ป่วยมะเร็งยังไงบ้าง?
 “ก็เป็นกำลังใจนะคะ หลังจากที่พิมพ์เผชิญกับตรงนี้มา ก็รู้ว่ามีคนที่เผชิญเรื่องนี้มากกว่าหรือน้อยกว่าพิมพ์ อยากให้เป็นตัวแทนว่าพิมพ์ยังหายเลย เพราะหนึ่งพิมพ์มีกำลังใจดี สองพิมพ์ทำตามที่คุณหมอแนะนำทุกอย่างไม่ดื้อไม่ซน มีระเบียบวินัยในการดูแลตัวเองค่ะ พิมพ์เชื่อว่าถ้าเราทำได้ตรงนี้ เข้มแข็ง มันจะผ่านไปค่ะ

 เพราะพิมพ์ว่าโรคนี้มันไม่เหมือนโรคอื่นๆ มันเป็นโรคที่เราต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรที่ต้องอยู่กับเขา มันไม่ใช่วันสองวันกินยาแล้วหายค่ะ มันต้องรักษาในขั้นตอนที่นานพอสมคร พิมพ์ว่ามันทรมาน แต่ว่าสู้นะคะ ถ้าเรายิ้ม เราเข้มแข็ง ใจเราดี อะไรก็ตามก็ทำร้ายเราไม่ได้ เป็นกำลังใจให้ค่ะ”

ที่มา khaosod
-------Advertisement----------
-------Advertisement----------