-------Advertisement----------

แค่ 600 บาท! Boxtel สุวรรณภูมิ โรงแรมไซส์มินิ แจ่มแค่ไหนมาดู!

-------Advertisement----------
เคยรอขึ้นเครื่องข้ามวันกันมั้ย? แล้วนอนไหนกัน? มีหลายคนตอบว่า... "ก็นอนตามเก้าอี้สนามบินไง หรือไม่ก็นั่งหลับ" เหมือนเป็นของคู่กันสำหรับคนเดินทางไกล แต่ตอนนี้ลืมการนอนบนเก้าอี้ไปได้เลย เพราะมีตัวเลือกที่ดีกว่าอย่าง บ๊อกซ์เทล (Boxtel) เพื่อการพักผ่อนแสนสบายในสนามบินสุวรรณภูมิ


I TOUR ALONE กับฮัมมิ่งเบิร์ด สัปดาห์นี้มีโอกาสได้ไปทดลองใช้โรงแรมน่ารักขนาดย่อมที่มีชื่อเก๋ไก่ว่า Boxtel ที่เพิ่งเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ ต้นเดือนเมษายน 2559 ที่ผ่านมานี่เอง มองผิวเผินดูเป็นห้องพักเล็กๆ แต่ความสะดวกสบาย กลับไม่เล็กตามขนาดห้องนะเออ!



โรงแรมบ๊อกซ์เทล เป็นโรงแรมขนาดเล็กแนวบัดเจ็ตที่ให้บริการเป็นรายแรกของสนามบินสุวรรณภูมิ เพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักเดินทางที่มาลงเครื่องหรือต่อเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ บริหารโดยนักธุรกิจหนุ่มหน้าใหม่ไฟแรงอย่าง คุณกาวใจ หรือ พงศ์ธร เลาหะวิไลย

คุณกาวใจเล่าให้ฟังว่า สมัยนี้รูปแบบการเดินทางของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไป นิยมเดินทางด้วยตัวเองมากขึ้น Boxtel จึงถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการที่เฉพาะทางมากขึ้น


ที่นี่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่จำเป็นต้องใช้เวลานานๆ ที่สนามบิน ให้ได้นอนพักผ่อนระหว่างการเดินทางอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเดินทางออกไปนอกสนามบิน และยังช่วยบริหารเวลาและค่าใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

ไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยวเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ แต่ยังเป็นที่พักทางเลือกให้กับพนักงานสายการบินต่างๆ ที่มีเวลาพักผ่อนน้อย ได้มีพื้นที่พักผ่อนในช่วงสั้นๆ ก่อนขึ้นไปปฏิบัติงาน หรือก่อนเดินทางกลับบ้านหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจได้อีกด้วย


พื้นที่ของ Boxtel เป็นลักษณะยาวไปตามผนัง มี 12 ห้อง


Your sleep is our priority

ด้วยคอนเซปต์ที่ต้องการให้ผู้เข้าพักได้นอนหลับสบาย เหมือนนอนที่บ้านของคุณ จึงมีสโลแกนเก๋ๆ ว่า "Your sleep is our priority" ความต่างของ Boxtel กับโรงแรมทั่วไป คือแนวคิด Alternative Travel Lifestyle ที่ทำให้รูปแบบของการให้บริการ Boxtel ที่เป็นโรงแรมขนาดเล็กที่เข้าใจนักเดินทางท่องเที่ยวยุคใหม่ ที่เน้นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อความคุ้มค่าและความสะดวกสบายในการนอนเต็มอิ่มของนักเดินทางโดยเฉพาะ



ขนาดห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวก

โรงแรมนี้ ให้บริการห้องพักขนาด 4 ตร.ม. เท่ากันทุกห้อง พร้อมเตียงนอนขนาด 3.5 ฟุต ส่วนการตกแต่งห้องมี 2 รูปแบบ เลือกได้ตามใจชอบ สำหรับบริการที่จะได้รับจากโรงแรมนี้ ได้แก่ 

- ปลอดภัยด้วยประตูห้องพักระบบสมาร์ทคีย์
- มีอุปกรณ์เชื่อมต่อสำหรับ Notebook และฟรี wifi แบบ High Speed สำหรับทุกห้องพัก
- หมอน ฟูก ผ้าห่ม ภายในห้องพัก เลือกใช้ของดีคุณภาพเยี่ยม เทียบเท่ามาตรฐานโรงแรม 5 ดาว นุ่มหนานอนสบาย 
- มีน้ำดื่มฟรีให้ห้องละ 1 ขวด (สามารถขอเพิ่มได้)
- มีบริการ wake up call ไม่ต้องกังวลว่าจะนอนเพลินจนขึ้นเครื่องไม่ทัน
- มีช่องเก็บกระเป๋าสัมภาระใต้เตียงกว้างขวาง สามารถวางกระเป๋าเดินทางไซส์ใหญ่ที่สุดได้




มีน้ำดื่มให้ฟรี 1 ขวด ถ้าไม่พอขอเพิ่มได้ด้วยนะ
ไฮไลต์น่ารักโดนใจสุดๆ

ที่โดดเด่นน่าสนใจก็คือ มีล็อบบี้ด้านหน้าที่น่ารักมาก เป็นพื้นที่พักผ่อนขนาดย่อมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้ดีทีเดียว บริเวณนี้จะมีโต๊ะเตี้ยสไตล์ญี่ปุ่นพร้อมฟูกให้นั่งกับพื้นสบายๆ สามารถมานั่งทำงาน นั่งอ่านหนังสือได้ มีหนังสือให้เลือกอ่านหลากหลายประเภท แถมมี Snack ขนมขบเคี้ยวให้ตักกินเพลินๆ ด้วย ฟินอะ!

วิธีจอง ราคา และการใช้บริการ

วิธีการเข้าพัก ที่นี่ให้บริการ 24 ชั่วโมง มีทั้งหมด 12 ห้อง คิดค่าที่พักเป็นรายชั่วโมง ชั่วโมงละ 350 บาท แต่ต้องพักขั้นต่ำ 2 ชั่วโมง นั่นคือจ่ายราคาเริ่มต้นที่ 700 บาท ถ้าจะพักต่อชั่วโมงถัดไปคิดชั่วโมงละ 300 บาท สามารถพักสูงสุดได้ไม่เกิน 12 ชม. สามารถเข้าพักได้ห้องละ 1 ท่านเท่านั้น

ในกรณีสามีภรรยามาด้วยกัน พนักงานจะหาห้องพักที่ติดกัน ส่วนใครที่เดินทางพร้อมเด็กเล็ก สามารถให้เด็กเข้าพักในห้องเดียวกันกับผู้ปกครองได้ (เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี หรือสูงไม่เกิน 100 เซนติเมตร) ส่วนการจองห้องพัก ตอนนี้สามารถจองผ่านอินเทอร์เน็ตได้แล้ว มีบริการทั้งเว็บไซต์ Booking.com และเว็บไซต์ Expidia.co.th หรือโทรศัพท์เพื่อจองห้องพักได้ที่เบอร์ 0-2134-9626




โปรโมชั่นฉลองเปิดตัวโรงแรม

โปรโมชั่นช่วงนี้ สำหรับการเข้าพัก 2 ชั่วโมงแรก อยู่ที่ 600 บาท (ชั่วโมงละ 300 บาท) ชั่วโมงถัดไปคิดชั่วโมงละ 280 บาทเท่านั้น โปรโมชั่นนี้ใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิ.ย. 2559

ข้อเสียก็มีอยู่บ้าง

ที่นี่ไม่มีห้องน้ำในตัว แต่สามารถเดินไปใช้ห้องน้ำของการรถไฟได้ ซึ่งอยู่ติดกันกับโรงแรม สะอาดสะอ้านดีและมีความเป็นส่วนตัว ส่วนใครที่อยากอาบน้ำ พนักงานต้อนรับจะแนะนำให้ไปใช้บริการห้องอาบน้ำของโรงแรมโนโวเทล ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้กัน คิดค่าบริการอาบน้ำครั้งละ 500 บาท (ส่วนใหญ่ผู้เข้าพักเป็นชาวต่างชาติถึง 95% ซึ่งต้องการนอนพักผ่อนอย่างเดียว จึงไม่มีปัญหาเรื่องอาบน้ำ)

Boxtel สุวรรณภูมิ VS Sleep Box ดอนเมือง

ท้าชนหมัดต่อหมัด! หลายคนคงมีคำถามแล้วแหละว่า โรงแรมในสนามบินสุวรรณภูมิแห่งนี้ กับอีกเจ้าหนึ่งที่สนามบินดอนเมือง ที่ไหนดีกว่ากัน? มีความแตกต่างตรงไหนบ้าง? ฮัมมิ่งเบิร์ดขอสรุปให้ฟังแบบนี้นะจ๊ะ

- ในห้องพัก : ทั้งสองแห่งใช้เครื่องนอนมีคุณภาพเกรดดี นอนสบาย แต่ Boxtel เตียงกับหมอนแอบนุ่มกว่านะ

- ราคา : ขอเทใจให้ทาง Boxtel สุวรรณภูมิ มากกว่า เพราะราคาถูกกว่า (ราคาโปรโมชั่น)

- ห้องน้ำ : คนไทยค่อนข้างชอบความสะดวกสบายในการพักผ่อน น่าจะชอบ Sleep Box ดอนเมืองมากกว่า เพราะมีห้องน้ำในตัว ซึ่งมีสบู่เหลว แชมพูให้พร้อมสรรพ

- อาหารการกิน : ขอให้คะแนนฝั่งของ Sleep Box ดอนเมือง เพราะเขามีบัตรเงินสดให้ผู้เข้าพัก สำหรับใช้ในโซนอาหารด้วย และโซนอาหารก็อยู่ใกล้มากๆ เดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว แถมกว้างขวาง มีร้านอาหารให้เลือกหลากหลาย

- ทำเลที่ตั้ง : หาง่ายพอๆ กันทั้ง 2 แห่ง สำหรับ Sleep Box ดอนเมือง แค่ขึ้นบันไดเลื่อนมาที่ชั้น 4 ของเทอร์มินอล 2 ก็เจอเลย ส่วน Boxtel สุวรรณภูมิ ก็หาง่ายเหมือนกัน ใกล้รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ สะดวกสบาย

- บริการฟรีwifi : Boxtel สุวรรณภูมิ มีฟรี wifi บริการในความเร็วสูง ส่วน Sleep Box ดอนเมือง ยังไม่มีบริการนี้ในโรงแรม แต่ก็สามารถใช้บริการ wifi ของสนามบินได้

- ความสะดวกในการพัก : Sleep Box ดอนเมือง พักได้ 2 คน มีทีวีและมีโทรศัพท์ต่อสายภายใน แต่ Boxtel สุวรรณภูมิ ไม่มีทีวี ไม่มีโทรศัพท์ และพักได้ห้องละ 1 คน

- ความปลอดภัย : ทั้ง 2 แห่งใส่ใจเรื่องความปลอดภัยมากเหมือนกัน กุญแจห้องพักของ Boxtel สุวรรณภูมิเป็นแบบสมาร์ทคีย์ แต่ของ Sleep Box ดอนเมืองเป็นกุญแจธรรมดา

- Service & Staff : สำหรับ Boxtel สุวรรณภูมิ ทีมงานผ่านการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญด้านโรงแรมมาโดยเฉพาะ ทำให้มีการให้บริการที่รวดเร็ว มีอัธยาศัยที่ดี และมีเซอร์วิสมายด์ ส่วนของ Sleep Box ดอนเมืองก็มีพนักงานที่ดีเช่นกัน

ที่มา thairath
-------Advertisement----------
-------Advertisement----------