-------Advertisement----------

แชร์สนั่น !! เรื่องจริงของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่ พยายามกินยา 70 เม็ดเพื่อ “ฆ่าตัวตาย” อ่านแล้วน่าเห็นใจมากๆ !!

-------Advertisement----------
เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ของผู้ป่วย โรคซึมเศร้า ที่อยู่กับโรคนี้มาหลายปี พยายามกินยาฆ่าตัวตายหลายรอบ จากที่เคยเป็นนักศึกษาแต่ต้องดรอปเรียนเพราะโรคนี้ เธอได้เขียนเพื่อแชร์ประสบการณ์ เอาชีวิตรอดจากโรคนี้มาให้ทุกคนได้อ่าน เรื่องราวของเเธอน่าสนใจมากๆ อยากให้ทุกท่านได้อ่านกันดูค่ะ


60% ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าฆ่าตัวตายสำเร็จ
รูปนี้ถ่ายตอนปี 1 สมัยที่ยังไม่ป่วยแน่ๆ
กำลังจ้ำม่ำ หนัก 57+ ลดไงก็ไม่ลง (ตอนนี้ 51- เพิ่มไงก็ไม่ขึ้น)
วันนี้ของปีที่แล้ว เป็นช่วงปลายภาคปีสองที่เริ่มทำงานไม่ได้ เกรดตกอย่างเห็นได้ชัด กว่าจะส่งงานแต่ละงานได้ก็แทบตาย และติด I ครั้งแรกกับวิชาที่ถนัดที่สุดอย่าง Figure drawing
พอปิดเทอมอาการซึมเศร้าก็เริ่มแสดงตัวชัด ตอนนั้นฉันทำอะไรบ้างนะ ลืมไปแล้วง่ะ ตัดภาพมาอีกทีก็เป็นฉากที่แม่ (ซึ่งอาการหนักมาก) เขวี้ยงโทรศัพท์ที่เราซื้อให้ลงกับพื้นแล้วไล่เราออกจากบ้าน เปิดฉากชีวิตเที่ยวกลางคืน จนเกือบพลาด จนโอเวอร์โดสยาฟื้นอีกทีในหวอดจิตเวชโรงพยาบาลจุฬา
จนดรอปเรียนเมื่อปี 3 เทอม 1
จนตอนนี้กลับมาเรียนเหมือนเดิมแล้ว




"การฆ่าตัวตายของพวกเราไม่ใช่การคิดสั้น
มันคือการวางแผนอย่างดี ไตร่ตรองแล้ว
และมีการเตรียมการ"
คำพูดนี้จริง
ทำร้ายตัวเองน่ะเบาะๆ มาก เป็นแค่การอยากพักผ่อน อยากให้คนอื่นมาดูแล
แต่ความตาย เมื่อตัดสินใจแล้วพวกเราจะสงบและเตรียมการอย่างดี เราจะนั่งพิจรณาอยู่นานถึงเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ ในจุดนั้นเราต้องคิดอย่างจริงจังว่าจะหายใจต่อไปเพื่ออะไร ถ้าคิดไม่ได้คือจบ
พอดีจอมเทียนคิดได้ไง
พอคิดได้แล้วเหมือนโลกพลิกเลยนะ
ฉันจะไม่ทำอะไรที่ฉันไม่อยากทำแล้ว

พฤศจิกายนปีก่อนเป็นเดือนสุดท้ายที่ฆ่าตัวตาย
จอมเทียนศึกษายาที่มีขายตามร้านขายยาทั่วไป ไม่ใช่ยาที่จะถูกมองแปลกๆ ถ้าซื้อเป็นจำนวนมาก ไม่ขอเปิดเผยชื่อยาเพราะมีผู้ป่วยเหมือนกันรู้จักจอมเทียนในเฟสเยอะ เดี๋ยวเขาจะเอาอย่าง
ยานั่นทำให้หัวใจของคนปกติล้มเหลวเฉียบพลันได้
จอมเทียนแกะกินไปเรื่อยๆ 60 – 70 เม็ดละมัง
ค่อยๆ สัมผัสทุกความเปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างสงบ
จนกระทั่งเขียนหนังสือไม่ได้นั่นแหละ
ร่างกายพังแล้ว มือสั่นตาลายจนเขียนหนังสือไม่ได้
จะลุกขึ้นเดินยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
แค่ยืนก็ทรุดฮวบลงไปอีก
ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยว
มันคือความตาย
เมื่อยมทูตมาสัมผัสใบหน้าของเราอย่างอ่อนโยน นั่นแหละเราถึงได้หวาดกลัวเขาเป็นครั้งแรก การที่เขียนไม่ได้ทำให้ฉันกลัวมาก พระเจ้า ฉันเขียนอะไรไม่ได้เลย ฉันควบคุมมือตัวเองไม่ได้ ไม่เอานะ ฉันไม่ยอม
ตอนที่ตื่นขึ้นมีแพทย์ล้อมรอบเตียง จอมเทียนถูกล้างท้อง (ครั้งที่ล้านมั้ง) หน้าอกถูกแปะสายไฟเตรียมพร้อมกระตุ้นให้กลับมาเต้นเต็มที่
"กินเข้าไปจำนวนเท่านั้นจริงหรือเปล่า
คนปกติเขาตายไปแน่ๆ แล้วนะรู้ไหม"
หมอคาดคั้นถามฉัน ถึงกับเชคไปทางร้านขายยา เชคสถานที่ที่ฉันกินยาเข้าไป
ที่ไหนน่ะหรอ ฉันซื้อยาที่หอยู เดินไปกินข้าวเหนียวไก่อักษรที่อยากกิน แล้วก็มานั่งบิยาออกจากแผงกินทีละเม็ด
น้ำหมด โอเค เดินไปห้องสมุดอักษร ที่ๆ ฉันชอบ
เติมน้ำ อ่านหนังสือ กินยาทีละแผงๆ แล้วเก็บซองยาไปทิ้ง ตั้งใจว่าจะไม่ให้สืบได้ว่ากินอะไรเข้าไป
นั่งอยู่ในห้องสมุด มีคนรอบตัวมากมาย ไม่มีใครสังเกตเห็น
ไม่มีใครสังเกตเห็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่กำลังฆ่าตัวตายอย่างสงบ
ฉันทำลายหลักฐานทุกอย่างไม่ให้ตามได้ว่ากินอะไรเข้าไป
หมอน่ะ ถ้าไม่บอกว่างูอะไรกัด เขาก็ฉีดเซรุ่มรักษาให้ไม่ได้
เขาไม่รู้สาเหตุ ฉันก็จะตายไงล่ะ
ฉันทำตามเป้าหมายของตัวเอง คือจะไม่เป็นภาระให้ใคร
เมื่ออาการแย่เต็มที่แล้ว ฉันรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายไปห้องฉุกเฉิน ปิดปากสนิทบอกแค่ว่าปวดหัว เวียนหัวมาก
เหมือนตอนที่ฉันทำร้ายตัวเอง 4, 5 ครั้งหลังๆ ก็ไม่มีใครรู้ ฉันแบกข้อมือโชกเลือดไปหาหมอเอง ไม่ต้องลำบากใคร
จะตายก็ตายโรงพยาบาล ไม่ต้องสร้างตำนานเฮี้ยนให้ที่ไหนเพิ่ม
__
วันนั้น นอกจากอาการเขียนอะไรไม่ได้ที่ลากฉันกลับมาจากความตาย ยังมีนิสิตแพทย์คนหนึ่ง เป็นคนซุ่มซ่ามมาก ทำอะไรก็มือสั่น เขาคุยกับฉัน…
หมอคะ คุณหมอ การที่คุณส่งความห่วงใยไปถึงคนไข้น่ะ มันช่วยชีวิตคนได้นะ
ความห่วงใยจากหมอโก๊ะๆ คนนั้น ส่งมาถึงหัวใจ
ฉันจึงหลุดปากออกไปโดยไม่รู้ตัว บอกแค่เขา ไม่ได้บอกหมอใหญ่
"กินยา ()&^&^$% มา 70 เม็ดค่ะ"
เสียงเรียบๆ ครั้งเดียวประโยคเดียว
เราสบตากัน หมอกระชับมือฉัน เดินออกไปปรึกษาหมอใหญ่ แล้วความโกลาหลก็เกิดขึ้น สายล้างท้องมา เครื่องบ้าบอคอแตกมาเต็ม
หมอคนนั้นซุ่มซ่ามเป็นบ้า สอดท่อล้างท้องไม่ลงจมูกฉัน มาให้ชั้นสอดเองเลยมั้ยหา ชั้นโปรแล้วนะเว้ย
"พี่ก็ป่วย"
หมอบอก ลูบหัวฉัน
"พี่เข้าใจ หมอก็เป็นกันเยอะ ไม่เป็นไรนะ"
เขายิ้มให้ฉัน ฉันจำหน้าเขาไม่ได้แล้ว รู้แค่ว่าอยากเจออีก อยากขอบคุณ ตัวฉันเองและเสียงนุ่มๆ นั่นโอบกอดหัวใจฉันเอาไว้ในคืนที่เฉยชาที่สุด
ท่ามกลางเสียงตื้ดเป็นจังหวะ สลับกับเสียงเตือนว่าหัวใจฉันกำลังร่วงลงให้หมอตกใจเล่นเป็นช่วงๆ ฉันเบื่อ
ฉันมองไปรอบตัว
คุณยายคนนั้น พี่ชายอีกคนที่เป็นโรคหัวใจถูกเข็นมาเตียงข้างๆ และคุยกับฉัน
ฉันเบื่อ
ถ้ามันจะตายเดี๋ยวมันก็ตายเองแหละ พอแล้ว
ฉันขี้เกียจตายแล้ว
พวกหมออัศจรรย์ใจกับสมองอันถึกทนของฉันมาก
แทบไม่อยากเชื่อว่าฉันโอเวอร์โดสยาจริงๆ เพราะฉันฟื้นตัวรวดเร็วเกินไป ประหลาดผิดผู้ผิดคน
หมอไม่ต้องแปลกใจแล้ว ตอนนี้สมองถึกๆ ของฉันกำลังไม่สบายและร้องงอแงเหมือนเด็กว่าดูแลฉันดีๆ หน่อย
ฉันปวดหัวหนักมากตอนเช้า ยังต้องต่อสู้กับอาการมือสั่น ทรงตัวไม่ดี คลื่นไส้อาเจียน แต่ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันก็ดีขึ้น
ยมทูตค่อนข้างไม่ชอบขี้หน้าฉัน
รู้ว่าสุขภาพไม่ดีก็ต้องดูแลตัวเอง

หลังจากความตาย
ฉันพบแล้วว่าจะอยู่ไปทำไม
ฉันจะทำแต่อะไรที่อยากทำ ฉันจะพูดสิ่งที่อยากพูด
ถ้ามีความคิดสิ้นหวังซึ่งเป็นอาการของโรคแวบเข้าหัวมา ฉันจะเขี่ยมันออกไปด้วยการทำอะไรสนุกๆ โดดเรียนไปงานอีเว้นท์ นั่งวาดรูป เขียนหนังสือเป็นบ้าเป็นหลัง เดินดูนิทรรศการศิลปะ ไปหาเพื่อน ทักไปเรียกร้องความสนใจชาวบ้าน
มันทำให้ฉันขาดเรียนก็จริง ทำให้ฉันดูเป็นนิสิตที่แย่ในสายตาอาจารย์ แต่ฉันทำเพื่อตัวฉันเองอยู่
ให้ตาย คุณต้องการความเข้มแข็งขนาดไหนจากคนที่เพิ่งตัดสินใจจะมีชีวิตอยู่มาได้สองสามเดือนน่ะหา?
ฉันเลือกทำสิ่งที่ตัวเองชอบ ไม่ทำร้ายร่างกายเลย
ไม่ตาย
ฉันคิดว่านั่นมันเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่แล้ว สำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าหนึ่งปีหมาดๆ อย่างฉัน ฉันว่าฉันก่งนะ
มีผู้ใหญ่หลายคนบอกให้ฉันทำในสิ่งที่เขา "เชื่อ" ว่าฉันทำได้ แต่ฉันก็ไม่ทำ ฉันดื้อ ฉันเอาตัวเองเป็นที่หนึ่ง ใครจะว่าฉันติสท์ก็ตามสบาย
ฉันกำลังต่อสู้กับโรคนี้ ฉันต้องฟังเสียงหัวใจของฉัน
เฮ้ ฉันเก่งนะ
ตลอดห้าเดือนเต็ม ตั้งแต่ธันวาคมปีที่แล้วจนถึงวินาทีนี้ ฉันเผชิญกับความคิดแบบหมาดำซึมเศร้าย่องตามมาข้างหลังหลายครั้งอยู่ ตื้ออยู่ตลอดเวลาในช่วงแรก แล้วค่อยสามวันครั้ง แล้วค่อยสัปดาห์ละครั้ง ค่อยเดือนละครั้งสองครั้งในตอนนี้ เวลาที่ฉันใช้ถีบมันออกไปก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด เมื่อวาน ไม่ถึง 1 ชั่วโมง
สิ่งที่ฉันทำคือวาดรูป วาดรูป และไม่ปล่อยให้มือหยุดลงเท่านั้นเอง
ตอนนี้ฉันมีความสุขนะ
ฉันมั่นใจว่าวันหนึ่งหมอจะบอกฉันว่า เอาละ หยุดยาได้แล้ว
เลิกเจอกันได้แล้ว เบื่อ
อืม หนูก็เบื่อหน้าหมอแล้วละ ไม่หล่อเลยให้ตาย

ขอขอบคุณที่มาจากคุณ : Jomtian Jansomrag

-------Advertisement----------
-------Advertisement----------