-------Advertisement----------

อันตรายจาก ‘สายฉีดก้น’ ดูเหมือนสะอาด แต่ ยิ่งใช้ยิ่งสกปรก

-------Advertisement----------
เวลาเข้าห้องน้ำสาธารณะ หลายคนมักถามหา “สายฉีดก้น” ที่เชื่อว่าน่าจะช่วยทำความสะอาดได้ดีกว่าการใช้กระดาษทิชชูธรรมดาๆ ไม่มีคราบสิ่งสกปรกใดๆหลงเหลืออยู่ในร่างกายของเรา แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่า อุปกรณ์ชนิดนี้ไม่ได้เป็นของคุณเพียงคนเดียว เพราะมีเพื่อนมากมายก่อนหน้าคุณได้ใช้บริการสายฉีดนี้ไปแล้ว และก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีเชื้อโรคบางชนิดที่ถูกส่งต่อผ่านสายฉีดนี้ก็เป็นได้….ความจริงจะเป็นอย่างไร และมีโอกาสที่จะเสี่ยงติดโรคได้มากแค่ไหน เรามาหาคำตอบไปด้วยกันเถอะค่ะ


ผลสำรวจจากกรมอนามัยในปี 2555 ระบุว่าบริเวณที่จับของสายฉีดก้นมีการปนเปื้อนของอุจจาระอยู่ถึง 85% เลยทีเดียวเชียว รองลงมาจะเป็นบริเวณพื้นห้องน้ำและฝารองนั่ง ที่ความสกปรกไม่แพ้กัน ดังนั้น ทั้งที่จับของสายฉีดก้น พื้นห้องน้ำ และฝารองนั่ง จึงกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคชั้นดี ที่คนส่วนใหญ่ลืมสังเกตขณะเข้าห้องน้ำสาธารณะเสียทุกครั้งไป

และเพราะว่าในอุจจาระของคนเรานั้นจะมีเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า “อีโคไล (E.Coli) และ โคลิฟอร์ม” เมื่อสายฉีดก้นมีการปนเปื้อนของอุจจาระ โอกาสที่จะพบเชื้อตัวนี้ก็จะสูงมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะเจ้า E.Coli ที่อาจทำให้เป็นโรคกรวยไตอักเสบได้ ทั้งนี้ เคยมีกรณีศึกษาหนึ่งที่เคยมีคนเข้าไปใช้สายฉีดน้ำในห้องน้ำ แล้วได้รับเชื้อโรคจนเป็นโรคกรวยไตอักเสบในที่สุด ซึ่งแพทย์สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดขึ้นเพราะมีเชื้อหลงเหลืออยู่ที่บริเวณสายฉีดน้ำ เชื้อชนิดนี้สามารถเข้าไปสู่ในร่างกายผ่านทางเดินปัสสาวะ จนกลายเป็นโรคกรวยไตอักเสบได้ในที่สุด

เนื่องจากกรวยไตเป็นส่วนที่รวบรวมน้ำและของเสียที่ไตกรองออกมา อาการเริ่มต้นของผู้ป่วยจึงมักเริ่มจากการมีไข้ขึ้น มีอาการหนาวสั่นอย่างแรง ปวดสีข้างหรือเอวด้านด้านหนึ่ง เริ่มปัสสาวะยาก แสบ คันบริเวณอวัยวะเพศ หากรู้สึกเช่นนี้เมื่อไหร่ ต้องรีบไปตรวจร่างกายด่วนค่ะ


เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว ก็อย่าเพิ่งตกอกตกใจ จนไม่กล้าใช้ "สายฉีดน้ำ" ในห้องน้ำกันไปเลย เพราะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ ชัยศิลป์วัฒนา สาขาวิชาการใช้กล้องเพื่อส่องตรวจและรักษา ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลได้ให้ข้อมูลเอาไว้ว่า โอกาสที่จะติดเชื้อโรคจากสายฉีดน้ำในห้องน้ำนั้นมี "น้อยเอามากๆ" แต่ก็ยังสามารถเป็นได้ในคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น เคยมีประวัติเป็นโรคเรื้อรัง เป็นต้น
มีผู้หญิงแค่เพียงประมาณ 5-7% เท่านั้นที่โชคร้ายเกิดโรคติดเชื้อที่อวัยวะเพศ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีสาเหตุมาจากการรักสวยรักงามจนเกินเหตุ แทนที่จะใช้น้ำเปล่าล้างทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น กลับไปใช้น้ำยามาล้างให้สะอาดมากขึ้น และเมื่อน้ำยาล้างทำลายแบคทีเรียตัวดีที่ช่วยป้องกันเชื้อโรคในช่องคลอด โอกาสที่จะติดเชื้อที่บริเวณนี้ก็มีมากขึ้น

แต่หากมีความจำเป็นต้องให้มันทำความสะอาดจริงๆ ก่อนใช้สายฉีดน้ำในห้องน้ำสาธารณะ ก็ควรฉีดน้ำออกก่อนสักเล็กน้อย จากนั้นจึงใช้กระดาษทิชชูเช็ดให้แห้งและฉีดน้ำอีกที จึงค่อยใช้ตามปกติ ที่สำคัญอย่าให้หัวฉีดสัมผัสกับอวัยวะเพศเด็ดขาด เพราะอาจมีเชื้อหนอง และตกขาวคนอื่นติดอยู่ก่อนหน้านี้ หากไม่มั่นใจก็ลองหาทิชชู่เปียกมาเช็ดทำความสะอาดร่างกายของคุณแทนการใช้สายฉีดน้ำในห้องน้ำจะดีกว่า

การดูแลทำความสะอาดบริเวณจุดซ่อนเร้นให้ดีเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงทุกท่านที่ควรอย่างยิ่งที่จะรักษามันให้ดีที่สุด และเรียนรู้วิธีการที่ถูกต้องในการป้องกันการติดเชื้อที่อวัยวะเพศ เช่น  ไม่ใช้น้ำยาล้างทำความสะอาด ไม่ปล่อยให้อวัยวะเพศชื้นอับแฉะ ไม่ใส่กางเกงชั้นในหรือสเตย์ฟิตๆ เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยและป้องกันโรคร้ายไม่ให้มาคอยรบกวนใจคุณได้นั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก livewell.in.th

-------Advertisement----------
-------Advertisement----------