-------Advertisement----------

อาหารที่หมดอายุแล้ว กินต่อได้จริงหรือไม่!!

-------Advertisement----------
ฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

1. หมดอายุ หมายถึง วันที่ซึ่งแสดงการสิ้นสุดของคุณภาพของอาหารภายใต้เงื่อนไขการเก็บรักษาที่ระบุไว้ และหลังจากวันที่ระบุไว้ อาหารนั้นวางจําหน่ายไม่ได้ **หลังจากวันที่ระบุแล้วห้ามรับประทาน เพราะอาจเป็นอันตราย**
2. ควรบริโภคก่อน หมายถึงวันที่ซึ่งแสดงการสิ้นสุดของช่วงเวลาที่อาหารนั้นยังคงคุณภาพดี ภายใต้เงื่อนไขการเก็บรักษาที่ระบุไว้ และหลังจากวันที่ระบุไว้ อาหารนั้นวางจําหน่ายไม่ได้ **อาหารที่สามารถทานต่อได้ในระยะหนึ่งหลังจากถึงวันที่ระบุแล้ว ไม่เป็นอันตราย แต่มีรสชาติที่ผิดเพี้ยนไป รวมทั้งคุณค่าทางโภชนาการลดน้อยลง **
หากคุณพบเห็นอาหารทั้ง 2 กลุ่มนี้วางขายอยู่บนชั้นวางทั้งๆ ที่เลยวันที่ระบุบนฉลากมาแล้วถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท



ในที่นี้เราจะยกตัวอย่างกลุ่มอาหาร 4 ชนิดดังนี้
1. อาหารกระป๋อง: อาหารประเภทนี้มีวันหมดอายุที่ยาวนาน1-2 ปี แต่ถ้าหมดอายุแล้วสามารถกินต่อได้หรือไม่” ซึ่งจุดสำคัญ คือเราไม่รับประกันว่ากล่องนม หรือกระป๋องที่เก็บไว้นานๆ นั้นจะโดนแสงแดด ความร้อน หรือถูกกระแทกจนแตกหรือไม่ เพราะหากมีรอยแตกจะทำให้เชื้อจุลินทรีย์เข้าไปได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของรสชาติ กลิ่นของอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงคุณค่าทางโภชนาการที่ลดน้อยลง จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมต้องมีการกำหนดวันที่ “ควรบริโภคก่อน”

2. ขนมปัง: หากหมดอายุแล้วสามารถรับประทานต่อได้หรือไม่ ตรงนี้ต้องดูว่าการเก็บรักษาดีหรือไม่ หากเก็บในอุณภูมิห้องอยู่ได้นาน 2-5 วัน และเก็บในตู้เย็นจะอยู่ได้นานประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ขึ้นอยู่กับปริมาณการใส่สารกันบูดของขนมปังชนิดนั้นด้วย บางคนคิดว่าถึงแม้จะหมดอายุไปแล้ว 1-2 วัน แต่สภาพยังดูดีอยู่ เพราะ “เชื้อราเป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น” แต่ถ้ากินเข้สไปบ่อยๆอาจส่งผลระยะยาวต่อร่างกายเพราะเชื้อราจะไปสะสมในร่างกาย

3. ไข่ไก่: อุณหภูมิห้องเก็บได้นาน 1-2 สัปดาห์ และในตู้เย็นเก็บได้นาน 3-5 สัปดาห์ หากเกินจากนี้ไข่ไก่จะไม่บูดเหมือนอาหารกระป๋อง และสามารถนำมาปรุงอาหารรับประทานได้ แต่จะไม่สดไม่หอม ไม่อร่อย และคุณค่าทางโภชนาการลดน้อยลง

4. ซีเรียล: เวลาเปิดกล่องรับประทานแล้วต้องมั่นใจว่าสามารถทานหมดภายใน 1-2 สัปดาห์ เพราะเมื่อเปิดกล่องแล้วเชื้อจุลินทรีย์จะเข้าไปทำให้เกิดเชื้อรา และมีรสชาติเปลี่ยน รวมทั้งมีกลิ่นหืน
สิ่งที่ควรปฏิบัติเวลาจะทำการเลือกซื้ออาหาร

1. ก่อนซื้ออาหารทุกครั้งต้องอ่านฉลาก “วันหมดอายุ” หรือฉลาก “ควรบริโภคก่อน”
2. วางแผนการซื้ออาหารในปริมาณที่เราสามารถบริโภคหมดก่อนวันที่ฉลากกำหนด เช่น ซื้อตุนไว้แค่ 1-2 สัปดาห์ และ
3. พยายามนำอาหารที่ซื้อเก็บไว้มาตรวจเช็คฉลากว่าใกล้หมดอายุหรือยัง หากใกล้หมดแล้วควรรีบนำมาปรุงรับประทานก่อนที่จะหมดอายุ

หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว ก็ไขข้อข้องใจของใครหลายๆคนกันแล้ว ว่าควรจะทานต่อหรือไม่ แต่ทางที่ดีควรปฏิบัติตามวิธีการปฏิบัติเวลาจะทำการเลือกซื้ออาหารที่กล่าวไว้ในข้างต้นเพื่อไม่เพิ่มขยะอาหารและปลอดต่อสุขภาพของตัวคุณเอง



ที่มา ThaiJobsGov.com

-------Advertisement----------
-------Advertisement----------