-------Advertisement----------

แท็กซี่ยื้อแขนสาวหน้าแมนชั่น เข้าพบตร. อ้างดึงแขนเพราะกลัวได้เงินไม่ครบ

-------Advertisement----------
จากกรณีมีการแชร์เหตุการณ์ในโลกออนไลน์ โดยเป็นเหตุของกลางดึกวันที่ 8 พ.ค. เวลา 03.00 น. เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของ ย่านมีนบุรี ปรากฏภาพเหตุการณ์ชายแต่งกายคล้ายคนขับรถแท็กซี่กำลังยื้อยุดฉุดกระชากผู้หญิงคนหนึ่ง โดยหญิงสาวที่อยู่ในคลิปใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า นู๋ อุ้ม จอ แบน ระบุเหตุการณ์ว่าตนเพียงแค่จะเข้าห้องไปเอาเงินค่าโดยสารที่ขาดไป 20 บาทแต่กลับถูกคนขับรถแท็กซี่ตามเข้ามาในแมนชั่นพร้อมพยายามฉุดให้ขึ้นไปบนรถแต่ตนพยายามหนีและร้องให้คนช่วยจนรอดมาได้ ซึ่งภาพดังกล่าวทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของคนขับแท็กซี่เป็นจำนวนมาก


เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 11 พ.ค. พ.ค. พล.ต.ต.ชัยรพ พานิชย์อัตรา ผบก.น.3 พร้อมด้วยพ.ต.อ.กัญชล  อินทราราม  ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.อดิศักดิ์ ชูพันธุ์ รองผกก.ป. พ.ต.ท.หญิงดรุณี ประเสริฐ  รองผกก.สส. ร่วมกันสอบปากคำ นายสุรชา เจนจับ อายุ 49 ปี คนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าว และ น.ส.อรทัย เข้ามาชี้แจ้งถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังมีกระแสข่าวออกไปในทางลบต่อคนขับรถแท็กซี่ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที

นายสุรชา กล่าวว่า ตนรับ น.ส.อรทัย มาจากปากซอยรามอินทรา 19 เพื่อมาส่งยังซอยรามอินทรา 115 เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุมิตเตอร์แจ้งค่าโดยสาร 220 บาท แต่ น.ส.อรทัย บอกกับตนว่าขาดเงินอยู่ 20 บาทจะขอเข้าไปเอาเงินที่ห้องแต่จะวางกระเป๋าเสื้อผ้าไว้เป็นประกันก่อนจะเดินเข้าไปในแมนชั่น ซึ่งตอนนั้นตนเดินไปปัสสาวะที่ป่าข้างทาง ระหว่างนั้นตนเห็นว่า น.ส.อรทัย เดินกลับมาที่รถแล้วหยิบกระเป๋าดังกล่าวออกไป ตนคิดว่า น.ส.อรทัย คิดจะหนีจึงวิ่งไปดึงแขนไว้ แต่น.ส.อรทัย กลับวิ่งหนีเข้าไปในแมนชั่นและร้องให้คนช่วย ก่อนที่ตนจะทวงค่าโดยสาร กับ น.ส.อรทัย ก่อนที่ น.ส.อรทัยจะยื่น เงินจำนวน 70 บาท และเหรียญอีก 1 กำมือมาให้ ตนเห็นว่าเริ่มมีคนออกมาดูกลัวว่าจะเข้าใจผิดจึงรีบขับรถออกไป หลังจากมีกระแสข่าวออกไปตนไม่สบายใจอย่างมากจึงเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อนแสดงความบริสุทธิ์ใจ


จากการสอบปากคำ น.ส.อรทัย เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 8 พ.ค. ตนกลับจากบ้านเพื่อนในซอยรามอินทรา 19 ได้เรียกแท็กซี่สีเขียวเหลืองคันเกิดเหตุให้ไปส่งที่พักภายในซอยรามอินทรา 115 โดยตนนั่งที่นั่งด้านหลังเยื่องกับคนขับ พร้อมด้วยกระเป๋าเสื้อผ้าอีก 1 ใบ ตลอดเส้นทางไม่ได้มีการพูดคุยแต่อย่างใด ส่วนตัวคนขับแท็กซี่ไม่ได้แสดงอาการอะไร เมื่อถึงบริเวณหน้าแมนชั่นมิเตอร์ขึ้นราคาโดยสาร 220 บาท  แต่ตนมีเงิน 200 บาท จึงบอกแท็กซี่ให้รอก่อนจะไปเอาเงินจากห้องพักมาให้พร้อมกับทิ้งกระเป๋าเสื้อผ้าเอาไว้ในรถเพราะเป็นหลักประกันว่าจะกลับมา แต่เมื่อตนหยิบเงินจะเอามาให้กลับไม่เห็นคนขับแท็กซี่ภายในรถจึงเปิดประตูหลังและเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้า

ปรากฏว่าแท็กซี่คนดังกล่าวได้พุ่งมาด้านหลังและกดหัวให้เข้าไปในตัวรถ แต่ตนได้ใช้เท้าทีบจนสะบัดหลุดมาได้ แล้วเข้ามาในแมนชั่น โชเฟอร์แท็กซี่คันดังกล่าวก็ยังตามมาฉุดกระชากตนโดยไม่ได้มีการบอกว่าต้องการอะไร ขณะนั้นตนก็ได้ตะโกนเรียกให้คนช่วยพร้อมกับบอกว่ามีกล้องวงจรปิดติดอยู่จนแม่บ้านของแมนชั่น  และผู้ที่เช่าห้องตื่นออกมาเห็นเหตุการณ์หลายคน  คนขับแท็กซี่จึงยอมปล่อยและอ้างว่าตนว่ายังให้เงินไม่ครบ  ตนจึงบอกว่าให้นับดูให้ดีก่อน หลังจากนั้นคนขับแท็กซี่คันดังกล่าวจึงนับเงินแบบรีบๆ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถและขับรถออกไป ก่อนจะมาแจ้งความไว้ที่ สน.มีนบุรี ในวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.ชัยพร  กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งของแมนชั่น และกล้องของ กทม. ที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว แต่ต้องรอการสอบบุคคลทั้ง 2 และพยานแวดล้อมด้วย เพราะยังมีคำให้การบางอย่างไม่ตรงกัน และผู้เสียหายเป็นผู้หญิงยืนยันจะเอาเรื่อง ทั้งนี้ ยังไม่ได้มีการแจ้งความใดๆ เพราะต้องดูหลักฐานทั้งหมดก่อนว่ามีหลักฐานเพียงพอในการแจ้งความหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน


ที่มา khaosod
-------Advertisement----------
-------Advertisement----------