-------Advertisement----------

คนไทยเป็นโรคนี้มากขึ้นทุกปี เช็คด่วน! ว่าคุณกำลังเสี่ยงเป็นโรคนี้หรือไม่?

-------Advertisement----------
มีโรคมากมายที่คอยรุมทำร้ายคนอ่อนแอหรือคนที่ไม่ยอมดูแลตัวเอง หรือบางครั้งอาจเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนทำให้ต้องเจ็บตัว และเสียเงินเสียทองให้กับอาการป่วยที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น
หนึ่งในความเจ็บป่วยที่เราจะกล่าวถึงในที่นี้ เกิดขึ้นได้กับคนที่ชอบใช้มือในการหากินมากๆ ทำท่าเดิมๆต่อเนื่องทั้งวัน ยาวนานเป็นเดือนๆ หรือเป็นปีๆ โดยขาดทักษะการบริหารอวัยวะที่ถูกวิธี ความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆเหล่านี้จะก่อตัวขึ้นเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่คุณลืมไม่ลงแน่นอน


กลุ่มโรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ Carpal tunnel syndrome (CTS) เป็นกลุ่มโรคกดทับเส้นประสาทที่พบได้บ่อยที่สุด สาเหตุเกิดจากมีการกดทับเส้นประสาท median nerve ที่บริเวณข้อมือซึ่งบริเวณนี้จะมีลักษณะเป็นโพรงหรืออุโมงค์ที่ประกอบไปด้วยผนังด้านหน้า ได้แก่ เอ็นที่เรียกว่า tranverse carpal ligament ส่วนผนังด้านหลังได้แก่กระดูกข้อมือ ถ้าโพรงนี้ตีบแคบจากสาเหตุใดก็ตาม ก็จะทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการปวดและชาบริเวณนิ้วหัวแม่มือถึงนิ้วนาง

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นโรคนี้
สาเหตุสำคัญของโรคนี้คือการใช้ข้อมือ และมือซ้ำๆ ตัวอย่างสาเหตุที่พบว่าเกิดบ่อยที่สุด คือ การคีย์คอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ ยังมีอาชีพอื่นๆที่สามารถพบโรคนี้ได้บ่อย ได้แก่ อาชีพเย็บปักถักร้อย, ขับรถ, ช่างทาสี, นักเขียนหนังสือ, การใช้เครื่องมือที่สั่น เช่นเครื่องเจาะถนน, การเล่นกีฬาบางประเภท หรือการเล่นดนตรี ด้วย
โดยส่วนใหญ่ โรคนี้จะพบร่วมกับภาวะดังต่อไปนี้ เช่น โรคอ้วน, การตั้งครรภ์, ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย, ข้ออักเสบ , โรคเบาหวาน, การได้รับอุบัติเหตุที่ข้อมือหรือเอ็นอักเสบจากการใช้งานข้อมืออย่างต่อเนื่อง

อาการของกลุ่มโรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ
1. อาการชาเป็นเหน็บหรือมีอาการปวดแสบร้อนบริเวณฝ่ามือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง ด้านหน้าหรือด้านหลังผ่ามือ โดยมักจะเกิดตอนกลางคืนในขณะหลับ บางท่านต้องตื่นนอนขึ้นมาเพื่อสะบัดมือหรือนวดมือเพื่อบรรเทาอาการ
2. อาการเหน็บชาและมืออ่อนแรงในขณะขับรถ หรือขณะถือหนังสือพิมพ์
3. อาการปวดร้าวไปถึงข้อศอก
4. กล้ามเนื้อบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือฝ่อ ไม่มีแรงกำมือ

การตรวจร่างกายอย่างง่ายๆ
คุณสามารถลองสำรวจความผิดปกติของร่างกายได้ง่ายๆด้วยการทำท่าตามนี้
1. การตรวจ Phalen's test


ท่านี้เรียกว่า การตรวจ Phalen's test คือให้ลองงอข้อมือ 90 องศา ค้างไว้เป็นเวลา 1 นาที หากเป็นโรคนี้จะมีอาการชา หรืออาการปวดบริเวณฝ่ามือและนิ้วมือ ถ้าเป็นแบบนี้แล้วอย่ารอช้าไปพบแพทย์ด่วนเลย

2. การตรวจ Tinel's test


การตรวจร่างกายที่เรียกว่า Tinel's test จะทำการเคาะบริเวณตรงกลางข้อมือซึ่งเป็นบริเวณที่เส้นประสาท median nerve ผ่าน หากมีอาการของโรคนี้จะรู้สึกปวดหรือเกิดลักษณะคล้ายไฟช็อตร้าวไปที่นิ้วมือ การทดสอบนี้มีความไว40-60% มีความจำเพาะ 70-94%

3. การตรวจ Durkan 's test


การตรวจ Durkan 's test จะทำการกดบริเวณข้อมือเป็นเวลา 30 นาที หากมีอาการชาหรือปวดจะแสดงว่ามีอาการกดทับของเส้นประสาท

หากผ่านการตรวจง่ายๆด้วยตัวเองไป แล้วรู้สึกว่าตัวเองเข้าข่ายเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ ก็ต้องเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดต่อไป ด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าของเส้นประสาท (Nerve conduction velocity), การตรวจคลื่นไฟฟ้าของกล้ามเนื้อ (Electromyography) หรือ การ x-ray ข้อมือ (Wrist x-rays) ก่อนจะเข้ารับการรักษาในลำดับถัดไป

การรักษา
ยิ่งรู้ไวและรีบรักษาตั้งแต่เริ่มเป็น โอกาสที่จะหายเร็วก็จะมีมากกว่า ซึ่งการรักษาแบ่งออกเป็น   2 ส่วน ได้แก่
การรักษาโดยไม่ผ่าตัด ได้แก่ การใช้เผือกอ่อนดามข้อมือ, การใช้ยากลุ่ม NSAID, การใช้ยา steroid, การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่จะใช้ข้อมือเพื่อลดการอักเสบของข้อมือ,  การทำกายภาพบำบัด และการฉีดยา steroid เข้าบริเวณข้อมือ


การรักษาโดยการผ่าตัด จะทำก็ต่อเมื่อการรักษาด้วยวิธีแรกไม่ได้ผล ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบผ่าตัดเปิดแผลและตัดเอ็นที่ด้านหน้า หรือการผ่าตัดโดยการส่องกล้อง
ที่สำคัญคือ ต้องทำการพักข้อมือให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ปวดมากขึ้น การใส่ splint และหากมีอาการบวมให้ประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการ

ถ้าเลือกได้…อย่าต้องมาทำวิธีเหล่านี้คงจะดีที่สุด ใช้งานมือของคุณอย่างคุ้มค่า และทะนุถนอม อวัยวะทุกส่วนจะได้อยู่กับเราไปนานๆแบบไม่ต้องคอยซ่อมให้เสียเงินเสียทองนะคะ

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก siamhealth.net
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com

-------Advertisement----------
-------Advertisement----------