-------Advertisement----------

สีสันการขอฝนจากหลายประเทศ ฝ่าวิกฤตภัยแล้ง ความหวังปาดน้ำตาประชาชน

-------Advertisement----------
ฟ้าฝนเป็นเหมือนความหวังของเกษตรกร แต่เมื่อฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกิดวิกฤตภัยแล้ง ก็หมายความว่าโอกาสในการปลูกพืชได้หมดลง โดยเฉพาะพืชชนิดที่ต้องการน้ำเป็นปัจจัยหนักในการเจริญเติบโต ทำให้ส่งผลกระทบมาถึงผู้บริโภคและประชาชนในที่สุด….

ขณะที่ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรมกำลังเผชิญวิกฤตภัยแล้ง เกษตรกรในหลายพื้นที่กำลังตกที่นั่งลำบาก เพราะน้ำมีไม่พอมาใช้ในการเกษตร รวมถึงน้ำในเขื่อนหลักของประเทศส่วนใหญ่ ก็เหลือน้อยลงไปทุกขณะ


หนึ่งในความหวังของเกษตร คงหนีไม่พ้นการทำตามความเชื่อในการ ‘ขอฝน’ ซึ่งในประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ปัญหาเหล่านี้จึงเป็นปัญหาใหญ่ ที่ควรมีวิธีการรับมือหรือแก้ไขอย่างเร่งด่วน  ตามความเชื่อในการสวด ‘คาถาขอฝน’ รวมถึงการประกอบพิธีขอฝนที่ทำสืบมาตั้งแต่โบราณ และยังมี พิธีสวดมนต์ปลาช่อนเสี่ยงทายฝน เพื่อเสี่ยงทายถามว่าฝนจะตกต้องตามฤดูกาลหรือไม่ โดยมีความเชื่อว่า หากปลาช่อนกระโดดออกจากหลุมเสี่ยงทาย จะมีความโชคดี น้ำฝนจะตกต้องตามฤดูกาล

ทั้งนี้คนไทยส่วนใหญ่จะรู้จักเพียง พิธี ‘แห่นางแมว’ เพราะฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกิดความแห้งแล้ง อาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น ดินฟ้าอากาศแปรปรวน ผู้คนหย่อนศีลธรรม การใช้แมวแห่เพื่อขอฝนนั้น ก็มาจากความเชื่อกันว่า แมวเป็นสัตว์ที่กลัวฝน กลัวน้ำ หากฝนตกเมื่อใดแมวจะร้อง คนโบราณถือเคล็ดว่า ถ้าแมวร้องแสดงว่าฝนกำลังจะตก


แต่แท้จริงแล้วยังมีพิธี “จุดบั้งไฟ” เพื่อขอฝนจาก “พญาแถน” ซึ่งปรากฏในภาคอีสาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประสบความแห้งแล้วกว่าภาคอื่น ๆ รวมไปถึงพิธีการแห่งรูปสมมุติอวัยวะเพศชาย เรียกว่า ขุนเพ็ด ทำด้วยต้นกล้วยหรือต้นข่อยใหญ่ แห่ขุนเพ็ดไปตามหมู่บ้านแล้วก็เอาไปเก็บไว้ที่ศาลเจ้าแม่ชายทุ่ง โดยเชื่อว่าฝนจะตกทันที นอกเหนือจากนี้ยังมีความเชื่อในการปั้นหุ่นร่วมเพศ เพื่อเป็นการขอฝนซึ่งประเพณีโบราณที่ทำสืบทอดมานานกว่า 100 ปี

แต่ความเชื่อเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแต่ในประเทศไทย เนื่องจากความแห้งแล้ง เกิดขึ้นได้ทั่วทุกแห่งหน อาทิ ในรัสเซีย หมู่บ้านแห่งหนึ่งใกล้เมืองดอร์ปาท จะมีการส่งผู้ชายสามคนปีนขึ้นต้นเฟอร์ คนหนึ่งถือค้อนเคาะถังเล็ก ๆ ทำเป็นเสียงฟ้าร้อง คนที่สองถือดุ้นฟืนติดไฟสองดุ้น เคาะให้กระทบกัน ไฟจะแตกกระจาย คล้าย การจำลองฟ้าแลบ คนที่สามถือที่ใส่น้ำ ขึ้นไปโปรยไปมารอบต้นไม้ คล้ายกับว่าฝนได้ตกลงมาแล้ว


ขณะที่ ประเทศญี่ปุ่น ชาวบ้านจะมีความเชื่อว่าหากไปขอน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลราอิชิน พร้อมทั้งนำน้ำใส่กระบอกไม้ไผ่กลับหมู่บ้าน จะหยุดพักไม่ได้ เชื่อกันว่าหยุดที่ใดฝนจะตกที่นั่น บางแห่งจะตั้งขบวนไปขอไฟจากพระในวัดบนภูเขา สวดอ้อนวอนแล้ว เอาไฟไปโบกตามทุ่งนา เชื่อว่าจะทำให้ฝนจะตก

ส่วนทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ใกล้ภูเขาฟูจี ในสถานการณ์ปกติชาวบ้านจะไม่นำของสกปรกไปทิ้ง แต่เมื่อต้องการฝนตก จะเอากระดูกวัวกระดูกควายโยนลงทะเลสาบ เชื่อกันว่าจะทำให้เทพเจ้าโกรธ บันดาลฝนให้ตก

ในอินเดียซึ่งเป็นประเทศที่ห้ามบุคคลนอกศาสนาอิสลามมีสามีหรือภรรยามากกว่า 1 คน แต่ด้วยสถานการณ์ความแห้งแล้ง มีบางความเชื่อที่ระบุว่า มีเมียมากกว่า 1 คนของชายชาวฮินดูจะทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลได้ นอกจากนี้ในอินเดีย ยังมีพิธี ‘อาบทราย’ ในเมืองอัลลอฮาบาด รัฐอุตตรประเทศ ที่เชื่อว่าทำให้ฝนตกได้เช่นกัน


นอกเหนือจากพิธีทางด้านความเชื่อแล้ว ยังมีประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้า ที่ใช้ความก้าวหน้าทางวิทยาการต่าง ๆ ประกอบกับมีงบประมาณล้นเหลือ อย่างเช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี ซึ่งเป็นประเทศที่ร่ำรวย เตรียมวางแผนจะสร้างภูเขาเทียม เพื่อแก้ไขปัญหาฝนน้อย

ซึ่งเป็นประวัติการณ์ของการสร้างภูเขาเทียมที่สร้างขึ้นโดยฝีมือของมนุษย์เป็นครั้งแรก โดยมีการคาดการณ์ว่าจะใช้งบประมาณกว่าหลายแสนล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือหลักล้านล้านบาท แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ เพราะเป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น

เช่นเดียวกับประเทศที่ ‘พัฒนาแล้ว’ อย่างสหรัฐอเมริกา ในรัฐลอสแองเจลิส ซึ่งในปีที่แล้ว ประสบปัญหาฝนขาดช่วง ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณน้ำที่ประชาชนจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันในอนาคต จึงมีการคิดค้นวิธีรักษาน้ำ โดยการปล่อยลูกบอลพลาสติกจำนวนมหาศาลลงสู่เขื่อนเก็บน้ำเพื่อป้องกันแสงแดดที่รุนแรง ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำลดลงเป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปีจากการระเหย เพื่อชะลอ กรองแสง ที่สาดส่องมายังผืนน้ำโดยตรง อ่านต่อ…มะกันสุดแหวก ใช้ลูกบอลนับล้านแก้ปัญหา ‘ฝนแล้ง’


พร้อมกันนี้ เมื่อกล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้วที่มาจากหลายสาเหตุ อาทิ ปัจจัยที่มาจากสภาพอากาศโดยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล ภัยธรรมชาติ เช่น วาตภัย แผ่นดินไหว

ในขณะที่อีกหนึ่งตัวแปรที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้คือการกระทำจากมนุษย์ อาทิ การทำลายชั้นโอโซน ผลกระทบของภาวะเรือนกระจก การพัฒนาด้านอุตสาหกรรม การตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งหลายสาเหตุ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และขาดจิตสำนึก ทำให้ผลกระทบเหล่านี้ ย้อนกลับมาสร้างความเดือดร้อนให้แก่มนุษย์เอง…

ที่มา MThai News
-------Advertisement----------
-------Advertisement----------