-------Advertisement----------

แบตเตอรี่ iPhone 5 เรื่องที่ผู้บริโภคไม่เคยรู้ เรื่องที่ผู้ให้บริการไม่เคยบอก

-------Advertisement----------
เรื่องการเคลมอาการแบตเตอรี่ ipone5 บวม จอส่วนบนหลุด เครื่องหมดประกัน เคลมไม่ได้ ต้องจ่ายเงินเพื่อเปลี่ยนเครื่อง ผมคิดว่าหลายๆคนคงเคยเจอกับเหตุการแบบนี้ บทความนี้อาจจะมีประโยชน์หากคุณยังไม่ได้เคลมเครื่องใหม่โดยการจ่ายเงิน หรือเปลี่ยนแบตกับร้านตู้


เริ่มต้นจากผมถอด ipone5 ออกจากเคสเพื่อทำความสะอาด แต่สิ่งที่ผมเจอคือโทรศัพท์กระจกหน้าจอนูนออกมามาก มากแค่ไหนหนะเหรอครับ ก็แค่เอากระดาษสอดเข้าไปในช่องว่างของมันได้ แถมเครื่องยังหมดประกันไปแล้ว 8 เดือน เอาไงหละทีนี้  ผมลองค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้นจากกระทู้ในพันทิป จึงได้รู้ว่าเครื่องผมแบตเตอรี่บวม เนื่องจากเครื่องหมดประกันการเคลมเครื่องใหม่กับผู้ให้บริการคงไม่ได้ฟรีๆแน่นอน จึงเหลือแค่ 2 ตัวเลือกคือ เปลี่ยนกับร้านตู้ หรือ เปลี่ยนเอง ซึ่งเท่าที่ศึกษาดูมันไม่ยาก วันนึงเหมือนมีข่าวตามหน้าเว็บและในเฟสบุ๊ค "Apple ประกาศเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้ iPhone 5 เครื่องที่มีปัญหาแบตเตอรี่ฟรี โดยเครื่องที่จะสามารถรับบริการนี้ จะต้องเป็นเครื่องที่วางจำหน่ายระหว่างช่วงเดือนกันยายน 2012 ถึงมกราคม 2013 เท่านั้น"  เฮ้ยยยยยย ของผมเข้าเงื่อนไขช่วงเวลาลองเช็ค Serial No. ดู ปรากฎว่าไม่เข้าเงื่อนไข ทำไงดีหละ สุดท้ายเดินไปถามร้านตู้

ผม : พี่ๆ เปลี่ยนแบต iphone5 เท่าไหร่ครับ
ร้านตู้ : หนึ่งพันบาทครับ รอรับได้เลย 20นาที
ผม : ขอบคุณครับแต่ขอคิดก่อน (เงินเดือนยังไม่ออกคงต้องรอ)

หลังจากออกจากร้านตู้  ผมลองไปสอบถามศูนย์เคลมของ apple คือ imedic สาขาแฟชั่นดูว่าเปลี่ยนแบตราคาเท่าไหร่ และนี่คือสิ่งที่ผมไม่เคยรู้และคิดว่าหลายคนไม่เคยรู้

ผม : โทษนะครับ iPhone 5 ผมแบตบวม จะเข้าโปรแกรมเคลมแบตของ apple ได้มั้ย
imedic : พี่แบบนี้มันคนละอาการกัน พี่ต้องเคลมกับผู้ให้บริการ
ผม : แต่เครื่องผมหมดประกันมา 8เดือนแล้ว
imedic : เคลมได้พี่ พี่ไปบอกเค้าเลย

ผมเริ่มยิ้มในใจ มีทางออกแล้วเลยบากหน้าไปถามผู้ให้บริการของผม แต่สิ่งที่ผมได้รับคือ
พนักงานสาว : เครื่องหมดประกันเปลี่ยนเครื่องใหม่ 9200 บาท ค่ะ
ผม : ไหน imedic บอกเคลมได้ไงครับ
พนักงานสาว : เคลมแบบมีค่าใช้าจ่าย 9200บาท เปลี่ยนเครื่องใหม่ค่ะ ลองไปถามศูนย์ใหม่เค้าก็พูดเหมือนหนูนี่แหละคะ

ผมเริ่มเคืองๆนิดหน่อยno no​no​ คิดในใจพันนึงยังไม่อยากเสียนี้ต้องเสีย 9200 ไหวป่ะ มือถือเครื่องหลายหมื่นแบตบวมภายในปีกว่า และผมก็บากหน้าไปเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ imedic ฟัง  เค้าแนะนำให้ผมโทรหา apple care แล้ว apple care จะให้โค้ดมาชุดหนึ่งแล้วผมเอามาเคลมกับผู้ให้บริการอีกที  

วันต่อมาผมโทรไปหา apple care ที่สิงคโปร์ ใช้เบอร์บ้านโทรฟรีครับ มีพนักงานรับเรื่องพูดภาษาไทยได้ ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้เค้าฟัง เค้าทำเสียงตกใจมากว่า แบตบวมแบบไหน จอหลุดเลยเหรอคะ มันอันตรายต้องหยุดใช้นะคะ แล้วเค้าก็ไปปรึกษา Senior คำตอบที่ผมได้รับคือ

Apple care : คุณคะ เครื่อง iphone ของเรารับประกันแบตเตอรี่ 3ปี ถ้าเครื่องคุณไม่มีรอยตกกระแทก เราเคลมให้ค่ะ
ผม : ก็ผมไปมาแล้วเค้ายืนยันว่าผมต้องจ่ายเงินอย่างเดียว
Apple care : เท่าไหร่คะ
ผม : 9200 ครับ
Apple care : เครื่อลูกค้าไม่มีตำหนิตกหล่นใช่มั้ยค่ะ
ผม : มีแค่รอยถลอกตรงที่เสียบสายชาร์จแบต
Apple care : ทางดิฉันได้สอบถามกับทาง Senior ของ apple care แล้ว ยืนยันเปลี่ยนเครื่องได้แนนอนคะ สิ่งที่คุณต้องทำคือ
1. ไปเคลมกับผู้ให้บริการของคุณ
2. ถ้าผู้รับเรื่องไม่ให้เคลม ให้จดชื่อพนักงานคนนั้นมา แล้วทางเราจะจัดการเอง
3. โทรกลับมาหาทาง Apple care ในทันที แล้วทาง Senior ของ apple care จะจัดการคุยกับผู้ให้บริการของคุณเอง
คุณลูกค้ากรุณาจดหมาเลขเคสรับเรื่องไว้นะคะ หากมีปัญหาจะได้โทรมาแจ้างเลขรับเรื่องคุยตรงกับ Senior ได้ทันทีค่ะ

ผมกล่าวขอบคุณหลังจากวางสายผมรู้สึกประทับใจ Apple care มาก พูดจาดี บริการดี ให้ความช่วยเหลือดีมาก แต่ผมลืมขอชื่อเธอไว้ต้องขอบคุณไว้ตรงนี้ด้วย wink laughyes

คราวนี้มาถึงขั้นตอนการเตรียมตัว ผมจดสิ่งที่ต้องทำ ทั้ง 3ข้อ เบอร์โทร Apple care และหมายเลขเคสไว้ในกระดาษ เพื่อยื่นให้ทางผู้ให้บริการดู ผมไม่อยากโต้เถียง เพราะผมเป็นคนเสียงดัง เดี๋ยวจะตกใจกัน 555 และแล้ววันเคลมเครื่องก็มาถึง ก็วันที่ผมว่างงาน เลยตรงไปพารากอนทันที

พนักงานหนุ่ม : สวัสดีครับมาติดต่อด้านไหนครับ
ผม : มาเคลม iPhone 5 ครับ
พนักงานหนุ่ม : เครื่องอยู่ในประกันนะครับ
ผม : หมดแล้วครับ
พนักงานหนุ่ม : งั้นมีค่าใช้จ่าย 9200บาทนะครับ
ผม : ผมติดต่อ Apple care สิงคโปร์แล้วเค้าบอกเคลมได้ครับ
พนักงานหนุ่ม : งั้นรับบัตรคิวแล้วนั่งรอก่อนนะครับ

และแล้วก็ถึงเวลาที่ผมต้องเข้าไปคุยกับพนักงานรับเรื่องเคลมเครื่อง เท่าที่สังเกตหลายคนมาเรื่องแบต แบตหมดไว สายชาร์จชาร์จไฟไม่เข้า หลายคนอยู่เหมือนกัน และบทสนทนาเดิมๆได้เริ่มขึ้น

พนักงานหนุ่ม : สวัสดีครับมาติดต่อด้านไหนครับ
ผม : มาเคลม iPhone 5 ครับ
พนักงานหนุ่ม : เครื่องอยู่ในประกันนะครับ
ผม : หมดแล้วครับ
พนักงานหนุ่ม : งั้นมีค่าใช้จ่าย 9200บาทนะครับ
ผม : ผมติดต่อ Apple care สิงคโปร์แล้วเค้าบอกเคลมได้ครับ และนี่คือสิ่งที่เค้าต้องการให้ผมทำ

ผมยื่นกระดาษที่จดมาให้พนักงาน เหมือนสารจากนรก นี่คือไม้ตายของผม พออ่านจบพนักงานหนุ่มขอตัวไปในห้องเล็กๆซึ่งมีซาก iphone แขวนอยู่ ประมาณ 5-10นาที เดินกลับมาพร้อมถามผมว่า "คุณลูกค้าแบคอัพข้อมูลเรียบร้อยแล้วนะครับ เราเปลี่ยนเครื่องให้ใหม่ ลอกเช็คสภาพภายนอกดูอย่าเพิ่งเปิดเครื่องนะครับ" เหมือนเสียงสวรรค์ เพราะจริงๆแล้วผมเคลมเครื่อง iPhone กับเจ้านี้บ่อยมากทั้งของผมและแฟน ได้เครื่องใหม่มาตรวจสอบแล้ว มีตำหนินิดหน่อย ขอเปลี่ยนอีกเครื่อง เครื่องที่สองภายนอกโอเค เปิดเครื่องเทสทุกอย่าง สีหน้าจอ เข้าเว็ป ฟังเพลง กล้อง แฟลซ นี่คือสิ่งที่ผมเช็คประจำเวลาซื้อโทรศัพท์หรือเคลมเครื่อง และสุดท้ายผมก็ได้โทรศัพท์เครื่องใหม่มา

สุดท้ายนี้ที่ผมเขียนมายืดยาวทั้งหมดคือ
1. เราควรรักษาสิทธิของผู้บริโภค ซึ่งประเทศเราผู้บริโภคโดนเอาเปรียบเสมอ
2. แบตเตอรี่ iPhone รับประกัน 3ปีครับ
3. apple care ดูแลลูกค้าดีมาก เบอร์โทร 001 800 656957
4. ขอบคุณพนักงาน imedic สาขาแฟชั่น ที่ทำให้ผมรู้ว่า เครื่องหมดประกันแบตบวมก่อน 3ปีสามารถเคลมได้
5. ขอบคุณ dtac ที่เคลมเครื่องให้ผมโดยไม่มีเงือนไข ผมเคลมคุณหลายรอบมาก

จริงๆแล้ว ผมว่าเป็นเหมือนกันทุกค่ายครับ ไม่ใช่ว่าค่ายใดค่ายหนึ่ง และพนักงานผมก็คิดว่าเค้าคงไม่รู้ว่าเครื่องหมดประกันเคลมแบตบวมได้ ยังไงก็ลองไปทำกันดูนะครับอย่างน้อยช่วยเซฟเงินไปได้เยอะมาก ไม่ใช่การข่มขู่แต่คือการเรียกร้องสิทธิ์ครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกหายเลข 1664097 เว็บไซต์ http://pantip.com/topic/32541415
ที่มา Thaijobsgov

-------Advertisement----------
-------Advertisement----------